“เกาะที่มีน้ำทะเลใสสีมรกตจนได้รับฉายาว่า อันดามันแห่งตะวันออก โดดเด่นด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งน้ำตก ป่าชายเลน และวิถีชีวิตชาวเลที่เรียบง่าย”
เกาะกูด (Koh Kood) เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามแห่งอ่าวไทยที่ยังคงรักษาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ปลายสุดของน่านน้ำตะวันออกในจังหวัดตราด ทำให้เกาะแห่งนี้มี น้ำทะเลที่ใสสะอาดราวกับคริสตัล และมีเฉดสีมรกตที่สวยงามจนได้รับฉายาว่า อัญมณีแห่งตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะยังคงปกคลุมด้วยผืนป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์และสวนมะพร้าวที่ทอดยาวขนานไปกับแนวชายหาด บรรยากาศโดยรวมของที่นี่มีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูง แตกต่างจากเกาะท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยแสงสี เสียงเพลง และความวุ่นวาย ทำให้เกาะกูดกลายเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่ต้องการ การพักผ่อนอย่างแท้จริง ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลมเบาๆ
จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของเกาะกูดคือ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ที่รวบรวมไว้ในที่เดียว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ทั้งหาดทรายขาวละเอียดที่ อ่าวคลองเจ้า หรือ อ่าวพร้าว และในขณะเดียวกันก็สามารถเข้าไปสัมผัสความเย็นฉ่ำของน้ำจืดได้ที่ น้ำตกคลองเจ้า ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สลักไว้บนหินเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมี น้ำตกคลองยายกี๋ และ น้ำตกห้วยน้ำเขียว ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าลึก มอบประสบการณ์การเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่น่าตื่นเต้นแต่ไม่ลำบากจนเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวสายลุย
หากพูดถึงวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ หมู่บ้านชาวประมงอ่าวใหญ่ คือจุดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งบ้านเรือนยื่นลงไปในทะเล นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการทำประมงพื้นบ้านแบบดั้งเดิม การตากอาหารทะเล และการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายตัดขาดจากความเร่งรีบของโลกภายนอก สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ อาหารทะเลสดๆ ที่ส่งตรงจากเรือประมงสู่โต๊ะอาหารในราคาย่อมเยา รวมถึงการไปชม ต้นมะค่ายักษ์ และ ต้นไทรใหญ่ ที่มีอายุกว่า 500 ปี ซึ่งตั้งตระหง่านเป็นเจ้าป่าผู้พิทักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
สำหรับกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนมากที่สุดคือ การพายเรือคายัค ลัดเลาะไปตามคลองเจ้าที่รายล้อมด้วยป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ น้ำในลำคลองมีความใสจนสามารถมองเห็นฝูงปลาและรากไม้โกงกางที่ถักทอกันอย่างสวยงามใต้ผิวน้ำ เมื่อพายออกไปจนถึงหน้าหาดในช่วงเวลาเย็น คุณจะได้พบกับ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไทย แสงสีส้มทองจะค่อยๆ ลับขอบฟ้าหายลงไปในทะเลสีมรกต สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและเงียบสงบจนยากจะลืมเลือน ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดทั้งคู่รักที่มาฮันนีมูน ช่างภาพสาย Landscape และศิลปินที่ต้องการแรงบันดาลใจ
ในแง่ของบรรยากาศและการบริการ รีสอร์ทส่วนใหญ่บนเกาะกูดถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เน้นความหรูหราแบบเรียบง่ายและการพักผ่อนแบบพื้นที่ปลอดรถยนต์ในหลายพื้นที่ เพื่อลดมลพิษและรักษาความสงบสุขของเกาะเอาไว้ การได้มาสัมผัสเกาะกูดจึงไม่ใช่เพียงแค่การมาเที่ยวทะเล แต่คือการได้กลับมาเชื่อมต่อกับธรรมชาติและตัวเองอีกครั้ง ในสถานที่ที่เวลาดูเหมือนจะหมุนช้าลงกว่าปกติ หากคุณกำลังมองหาพื้นที่ส่วนตัวเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ชีวิต เกาะกูดคือจุดหมายปลายทางที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง และจะทำให้คุณอยากกลับมาเยือนอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างแน่นอน
วิธีการเดินทาง
-
โดยเรือสปีดโบ๊ทหรือเรือเฟอร์รี่: เดินทางจากท่าเรือแหลมศอก จังหวัดตราด มีผู้ให้บริการหลายบริษัท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 45 นาที
-
รถโดยสารสาธารณะ: นั่งรถทัวร์หรือรถตู้จากกรุงเทพฯ ไปยังตัวเมืองตราด แล้วต่อรถสองแถวไปยังท่าเรือแหลมศอก
-
การเดินทางบนเกาะ: สามารถเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวรอบเกาะ หรือใช้บริการรถสองแถวรับ-ส่งของรีสอร์ท
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคม เป็นช่วงที่น้ำใสที่สุดและคลื่นลมสงบ (High Season)
-
อุปกรณ์ที่ควรเตรียม: ควรพกยากันยุงหรือโลชั่นกันแมลง เนื่องจากพื้นที่ป่าชายเลนอาจมี "ริ้นทะเล" ในบางจุด
-
การถ่ายภาพ: แนะนำช่วงเวลา 16:30 - 18:00 น. เพื่อเก็บภาพแสงเย็นบริเวณสะพานไม้ไม้ของรีสอร์ทต่างๆ
-
วัฒนธรรม: สนับสนุนสินค้าจากชาวประมงท้องถิ่นที่หมู่บ้านอ่าวใหญ่เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน
-
การวางแผน: บนเกาะไม่มีตู้ ATM แพร่หลายมากนัก (ส่วนใหญ่มีแค่บางจุด) และบางรีสอร์ทไม่รับบัตรเครดิต ควรพกเงินสดให้เพียงพอ
ค่าเข้าชม:
-
พื้นที่บนเกาะไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
-
ชายหาดบนเกาะเปิด 24 ชั่วโมง
-
น้ำตก: ปิด 16:30 น. เจ้าหน้าที่จะไม่ให้เข้าชมหลังจากนี้เพราะทางเดินในป่าจะมืดมากและอาจเกิดอุบัติเหตุได้
-
ร้านค้าและร้านอาหาร: ส่วนใหญ่จะ ปิดช่วง 20:00 - 21:00 น.