“สันทรายสวยยามน้ำลด น้ำใสสีมรกตเห็นฝูงปลา มีโขดหินรูปเห็ดแปลกตา บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การพักผ่อนถ่ายรูปในหมู่เกาะห้องอันงดงามของจังหวัดกระบี่”
เกาะผักเบี้ย (Koh Phak Bia) หรือที่มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า เกาะเหลาบุโละ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหมู่เกาะห้องที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล แม้จะเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กและไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่ความโดดเด่นทางธรณีวิทยาทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญในเส้นทางท่องเที่ยวทะเลกระบี่ สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยเกาะหินปูนขนาดเล็กสองเกาะที่วางตัวใกล้กัน โดยมีแนวสันทรายสีขาวสะอาดตาที่จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อระดับน้ำทะเลลดลงต่ำสุด ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ "ทะเลแหวก" ขนาดเล็กที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามไปมาระหว่างเกาะได้
ลักษณะทางกายภาพของเกาะผักเบี้ยมีความน่าสนใจตรงที่น้ำทะเลรอบเกาะมีความใสสะอาดและนิ่งสงบเนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณที่ได้รับการกำบังลมจากเกาะขนาดใหญ่รอบข้าง พื้นน้ำมีสีเขียวมรกตตัดกับสีขาวของหาดทราย บริเวณชายหาดมีโขดหินรูปทรงแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลและกระแสลมมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหินรูปร่างคล้ายเห็ดขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่นักท่องเที่ยวมักมาบันทึกภาพ แม้พื้นทรายบริเวณนี้อาจจะไม่ละเอียดเท่าหาดทรายที่เกาะห้องเนื่องจากมีส่วนประกอบของซากปะการังและเปลือกหอยสะสมอยู่มาก แต่ก็ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติและสะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเลได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ในด้านของระบบนิเวศ เกาะผักเบี้ยยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกทะเลหลายชนิดและมีสัตว์ป่าเจ้าถิ่นอย่างลิงแสมที่มักจะออกมาปรากฏตัวบริเวณชายหาด รอบเกาะมีแนวปะการังน้ำตื้นที่ยังคงความสมบูรณ์พอสมควร นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำชมฝูงปลาลายเสือและปลาสวยงามนานาชนิดได้ในระยะที่ไม่ไกลจากชายหาดมากนัก บรรยากาศโดยรวมของเกาะยังคงความเป็นส่วนตัวสูงกว่าเกาะหลักอื่นๆ เนื่องจากไม่มีร้านค้าหรือสิ่งปลูกสร้างถาวร ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะพักที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเลอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
- นักท่องเที่ยวสามารถซื้อโปรแกรมทัวร์หมู่เกาะห้อง (One Day Trip) ได้จากอ่าวนางหรือตัวเมืองกระบี่ ซึ่งมักจะรวมเกาะผักเบี้ยอยู่ในโปรแกรม หรือสามารถเหมาเรือหางยาวจากหาดอ่าวนาง ท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา หรือท่าเรือคลองทราย โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 45-60 นาที
คำแนะนำ
-
ตรวจสอบตารางน้ำขึ้น-น้ำลงอย่างละเอียดเพื่อให้เห็นสันทรายที่เชื่อมต่อกันชัดเจน
-
เตรียมรองเท้าสำหรับเดินลุยน้ำเพื่อป้องกันเศษปะการังและหินคมบริเวณชายหาด
-
พกถุงกันน้ำสำหรับใส่กล้องและมือถือเนื่องจากต้องเดินลุยน้ำในช่วงน้ำขึ้น
-
เตรียมน้ำดื่มและอาหารว่างส่วนตัวไปเองเนื่องจากบนเกาะไม่มีร้านค้าจำหน่าย
-
สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่ลงเล่นน้ำหรือดำน้ำตื้นเพื่อความปลอดภัยตามกฎอุทยาน
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 60 บาท / เด็ก 30 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 300 บาท / เด็ก 150 บาท
-
(หมายเหตุ: ราคานี้ไม่รวมค่าบริการเรือนำเที่ยว และควรเก็บหางบัตรไว้เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อไปเกาะถัดไปในวันเดียวกัน)
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
08:30 – 16:30 น. (เปิดให้บริการทุกวัน)
-
การปิดเกาะ: อาจมีการปิดพื้นที่บางส่วนหรือปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวในช่วงมรสุม (ประมาณเดือนพฤษภาคม–ตุลาคม) ตามประกาศรายปีของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ