“น้ำทะเลใสสีมรกตนิ่งสงบ แนวปะการังน้ำตื้นสมบูรณ์ มีโขดหินตลอดแนวชายฝั่ง รายล้อมด้วยหุบเขา มีความเป็นส่วนตัวสูง และเป็นจุดที่พบทากเปลือย (Nudibranch) ได้ง่าย เหมาะทั้งดำน้ำและเที่ยวแบบครอบครัว”
อ่าวม่วง หรือ อ่าวมะม่วง (Mango Bay) เป็นอ่าวตื้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะเต่า และเป็นหนึ่งใน จุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเกาะ ลักษณะอ่าวเว้าโค้งลึกเข้าไปในแผ่นดิน ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและโขดหินแกรนิตเกือบทุกด้าน ทำให้คลื่นลมเข้าถึงได้ยาก น้ำทะเลจึงนิ่ง ใสสะอาด และมีเฉดสีมรกตตัดกับน้ำลึกสีครามอย่างสวยงาม บรรยากาศโดยรอบเขียวชอุ่ม ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและเป็นส่วนตัวสูง
ลักษณะพื้นที่และระบบนิเวศ: อ่าวมีขนาดค่อนข้างกว้าง แต่พื้นที่ชายหาดไม่ใหญ่มาก เน้นเป็นแหล่งดำน้ำเป็นหลัก โดยมี ความลึกเฉลี่ยประมาณ 10 เมตร และมี แนวโขดหินน้ำลึกตลอดแนวชายฝั่ง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลจำนวนมาก
สวรรค์ของนักดำน้ำ: ด้วยลักษณะพื้นทรายที่ค่อย ๆ ลาดเอียงและน้ำที่ค่อนข้างนิ่ง ทำให้อ่าวม่วงเหมาะสำหรับทั้ง ดำน้ำตื้น (Snorkeling) และ ทดลองดำน้ำลึก (Intro Scuba) โดยเฉพาะผู้เริ่มต้น สามารถพบฝูงปลาเสือ ปลานกแก้ว ปลาสินสมุทร และปลาสีสันต่าง ๆ ได้ตั้งแต่น้ำระดับอก รวมถึงแนวปะการังโขดที่ยังคงความสมบูรณ์
ความอุดมสมบูรณ์ใต้ทะเล: ใต้น้ำบริเวณนี้โดดเด่นด้วย ปะการังที่สวยงาม และสิ่งมีชีวิตหายาก เช่น ฟองน้ำสีม่วง และ ทากเปลือย (Nudibranch) ที่สามารถพบได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีฝูงปลาหลากชนิดแหวกว่ายอยู่ในน้ำใส ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักดำน้ำและช่างภาพใต้น้ำ
ความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว: เนื่องจากการเข้าถึงทางบกค่อนข้างลำบาก (ถนนลาดชันและเป็นแบบ Off-road) ทำให้อ่าวม่วงยังคงความสงบ ไม่แออัดเหมือนหาดทรายรี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบเงียบ ๆ หรือเหมาเรือมาทำกิจกรรมดำน้ำแบบส่วนตัว รวมถึงเหมาะสำหรับ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว
ที่มาของชื่อ: ในอดีตบริเวณรอบอ่าวมี ต้นมะม่วงป่าขึ้นอยู่จำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่า “อ่าวมะม่วง” และเพี้ยนมาเป็น “อ่าวม่วง” ในปัจจุบัน โดยในภาษาอังกฤษเรียกว่า Mango Bay
วิธีการเดินทาง
- ทางเรือ (แนะนำที่สุด): เหมาเรือหางยาวจากท่าเรือแม่หาดหรือหาดทรายรี ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที พร้อมชมวิวรอบเกาะ
- รถยนต์/มอเตอร์ไซค์: ใช้รถวิบากหรือรถ 4WD ถนนชันและขรุขระมาก (ไม่แนะนำสำหรับผู้ไม่ชำนาญ)
คำแนะนำ
- ช่วงแสงดีที่สุด: 11:00 – 13:00 น. แสงแดดส่องตรงลงใต้น้ำ เห็นปะการังและสีปลาได้ชัดที่สุด
- เหมาเรือคุ้มกว่า: มาเป็นกลุ่มควรเหมาเรือ สามารถเที่ยวหลายจุดในวันเดียว
- ช่วยกันรักษาปะการัง: หลีกเลี่ยงการเหยียบหรือสัมผัสปะการัง และไม่ทิ้งขยะลงทะเล
- เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม: ควรนำอุปกรณ์ดำน้ำและน้ำดื่มมาเอง เนื่องจากร้านค้ามีจำกัด
- ความปลอดภัยต้องมาก่อน: สวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ว่ายน้ำไม่แข็ง
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี (กรณีมาทางเรือและดำน้ำในเขตทะเล)
- หากเข้าผ่านพื้นที่รีสอร์ตบนฝั่ง อาจมีค่าธรรมเนียมประมาณ 100 – 200 บาท
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิด 24 ชั่วโมง (แนะนำช่วง 09:00 – 16:00 น. เพื่อความปลอดภัยและเหมาะกับการดำน้ำ)