“สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่เข้มแข็งผ่านการ ล่องเรือมาดโบราณชมป่าชายเลนผืนใหญ่ จนได้รับฉายาว่าเป็น เวนิสแห่งเกาะช้าง หนึ่งเดียวในภาคตะวันออก”
บ้านสลักคอก (Ban Salak Khok) เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะช้าง ซึ่งเป็นฝั่งที่ยังคงความเงียบสงบและรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ภูมิศาสตร์ของที่นี่มีลักษณะเป็นอ่าวขนาดเล็กที่ถูกโอบล้อมด้วยแนวภูเขาและผืนป่าชายเลนที่หนาแน่นและสมบูรณ์ที่สุดบนเกาะ พื้นที่ป่าชายเลนแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นกำแพงธรรมชาติและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญยิ่ง ทำให้ระบบนิเวศของบ้านสลักคอกมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ความโดดเด่นที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมคือการบริหารจัดการโดย ชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยคนในชุมชนเอง
ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดและเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่คือการ ล่องเรือมาด ซึ่งเป็นเรือไม้พื้นบ้านที่ใช้สัญจรและทำการประมงมาแต่โบราณ โดยทางชุมชนได้นำมาประยุกต์ให้เป็นเรือท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ มีการตกแต่งด้วยร่มผ้าสีสวยและเบาะรองนั่งที่ให้กลิ่นอายความย้อนยุค การล่องเรือจะเริ่มต้นจากคลองสลักคอกลัดเลาะไปตามลำน้ำที่คดเคี้ยวท่ามกลางอุโมงค์ป่าชายเลนที่เขียวขจี โดยมีฝีพายซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่คอยบรรยายให้ความรู้เรื่องระบบนิเวศและประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงพายกระทบน้ำและเสียงนกนานาชนิด ทำให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
เมื่อเรือลัดเลาะมาจนถึง บริเวณปากอ่าวสลักคอก ทัศนียภาพจะเปิดกว้างออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่ล้อมรอบด้วยทิวเขาไกลๆ ในช่วงเย็นแสงพระอาทิตย์จะตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นภาพที่สวยงามจับตา นอกจากเรือมาดแล้ว สำหรับสายผจญภัยที่ต้องการออกแรงเอง ที่นี่ยังมีบริการ พายเรือคายัค เพื่อสำรวจความลึกลับของป่าชายเลนด้วยตนเอง รวมถึงมีทางเดินไม้ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่ทอดยาวผ่านหมู่ไม้โกงกางและแสมให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตของสัตว์ในป่าชายเลน เช่น ปูก้ามดาบ และปลาตีน ได้อย่างละเอียด
ในแง่ของ การถ่ายภาพและงานศิลปะ บ้านสลักคอกคือสวรรค์ของคนที่รักภาพสไตล์วินเทจและธรรมชาติแบบดิบๆ มุมถ่ายรูปบนเรือมาดที่มีฉากหลังเป็นป่าสีเขียวเข้มหรือทางน้ำที่คดเคี้ยวเป็นมุมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้วิถีชีวิตการตากปลา การซ่อมแห และบ้านเรือนไม้เก่าแก่ริมน้ำยังเป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับช่างภาพสายสารคดีและศิลปินที่ต้องการวาดภาพลายเส้นทิวทัศน์ชุมชนที่เป็นธรรมชาติและไม่ปรุงแต่ง ซึ่งหาดูได้ยากมากในพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งตะวันตกของเกาะช้าง
บ้านสลักคอกจึงไม่ใช่แค่เพียงทางผ่าน แต่เป็นจุดหมายที่มอบความสงบทางใจและการเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน การได้มาเยือนที่นี่เปรียบเสมือนการให้รางวัลตัวเองด้วยการพักผ่อนที่แท้จริง พร้อมทั้งได้สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและร่วมรักษาวัฒนธรรมการล่องเรือโบราณให้คงอยู่สืบไป หากคุณต้องการสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของเกาะช้าง บ้านสลักคอกคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด
วิธีการเดินทาง
-
โดยรถยนต์ส่วนตัว: จากท่าเรือเฟอร์รี่ (อ่าวธรรมชาติหรือเซ็นเตอร์พอยท์) ให้เลี้ยวขวามาทางทิศตะวันออกของเกาะ มุ่งหน้าไปทางตำบลเกาะช้างใต้ ขับตรงไปตามถนนสายหลักประมาณ 20-25 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านสลักคอกชัดเจน
-
โดยรถโดยสารท้องถิ่น: สามารถเหมารถสองแถวสีขาวจากท่าเรือหรือหาดต่างๆ ให้มาส่งที่ชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก
-
ทางเลือกเพิ่มเติม: หากพักอยู่ฝั่งตะวันตกและขับขี่รถจักรยานยนต์เก่ง สามารถขับวนมาได้ แต่ระยะทางค่อนข้างไกลและทางบางช่วงแคบ
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: ควรมาถึงช่วงเช้า (09:00 - 11:00 น.) อากาศจะไม่ร้อนจัด หรือช่วงเย็น (16:00 - 17:00 น.) เพื่อชมแสงพระอาทิตย์ตกที่ปากอ่าว
-
การแต่งกาย: แนะนำชุดที่ระบายอากาศได้ดี หมวกกันแดด และแว่นตากันแดด เนื่องจากบนเรือมีร่มแต่ช่วงปากอ่าวอาจมีแสงแดดจ้า
-
การจองกิจกรรม: ในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาล แนะนำให้โทรจองเรือมาดล่วงหน้ากับทางชมรมฯ เนื่องจากเรือมีจำนวนจำกัดและเป็นที่นิยมมาก
-
อาหารท้องถิ่น: อย่าลืมลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ และเมนูพื้นบ้านจากร้านอาหารในชุมชน ซึ่งใช้วัตถุดิบสดใหม่จากชาวประมงในอ่าวสลักคอก
-
การเดินทาง: ถนนฝั่งตะวันออกมีความลาดชันน้อยกว่าฝั่งตะวันตก แต่ทางจะแคบกว่าและรถสวนกันยากในบางจุด ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
ค่าเข้าชม:
-
ค่าบริการล่องเรือมาด: ประมาณ 200 - 300 บาท ต่อคน (ขึ้นอยู่กับจำนวนคนและแพ็กเกจ เช่น การล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่ม)
-
ค่าเช่าเรือคายัค: ประมาณ 100 - 200 บาท ต่อชั่วโมง
-
ทางเดินป่าชายเลน: เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด:
-
ชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก: 08:00 – 17:00 น. (เปิดให้บริการทุกวัน)
-
หมายเหตุ: รอบล่องเรือสุดท้ายมักจะอยู่ที่เวลา 16:30 น. เพื่อให้กลับเข้าฝั่งก่อนค่ำ