“เกาะรูปแรดหมอบ แหล่งปะการังครกขนาดใหญ่และทุ่งดอกไม้ทะเลสีสันสดใส น้ำใสเห็นตัวปลา สวรรค์นักดำน้ำตื้นใกล้หาดทรายรีที่ห้ามพลาดเมื่อมาชุมพร”
เกาะหลักแรด (Lak Rad island) เป็นเกาะหินปูนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ความโดดเด่นทางกายภาพที่ทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทะเลชุมพรคือ รูปร่างของเกาะที่เมื่อมองจากระยะไกลจะดูคล้ายกับแรดที่กำลังหมอบอยู่ในน้ำ โดยมีส่วนหัวและนอที่ชัดเจน นอกจากตัวเกาะหลักแล้ว ใกล้กันยังมีโขดหินโผล่พ้นน้ำขึ้นมาอีก 3 ก้อน ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า "หลักแรด" เปรียบเสมือนเสาหินที่ปักอยู่กลางทะเล เกาะแห่งนี้ไม่มีแนวชายหาดหรือพื้นที่ราบสำหรับขึ้นฝั่ง สภาพโดยรอบเป็นหน้าผาหินชันและโขดหินที่ถูกกัดเซาะด้วยแรงคลื่นมาเป็นเวลานาน ทำให้กิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวคือการลอยคอดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกรอบเกาะเท่านั้น
ในเชิงระบบนิเวศทางทะเล เกาะหลักแรดถือเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวไทยตอนบน ใต้น้ำบริเวณทิศเหนือและทิศตะวันออกของเกาะเป็นแหล่งอาศัยของปะการังครกขนาดใหญ่ที่แผ่ขยายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งหาดูได้ยากในสภาพที่สมบูรณ์เช่นนี้ นอกจากนี้ยังมีปะการังเขากวาง ปะการังโขด และที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญคือ "ทุ่งดอกไม้ทะเล" ที่ปกคลุมแนวโขดหินใต้น้ำไว้อย่างหนาแน่น ดอกไม้ทะเลเหล่านี้เป็นบ้านของปลาการ์ตูนอินเดียนแดง และปลาการ์ตูนพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงปลานกแก้ว ปลาสินสมุทร และฝูงปลาข้างเหลืองที่มักว่ายเวียนอยู่รอบแนวปะการัง
ความพิเศษอีกประการหนึ่งของเกาะหลักแรดคือทัศนวิสัยใต้น้ำและความลึกของน้ำที่ค่อนข้างคงที่ พื้นที่ดำน้ำรอบเกาะมีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 5-10 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยวที่ดำน้ำตื้นสามารถมองเห็นความละเอียดของปะการังได้ชัดเจนหากสภาพอากาศเป็นใจ นอกจากปะการังและปลาสวยงามแล้ว ในบางฤดูกาลนักดำน้ำยังอาจพบเห็นทากเปลือยหลากสีสันตามซอกหิน รวมถึงปลากระเบนจุดฟ้าที่มักพรางตัวอยู่ตามพื้นทรายรอบนอกแนวปะการัง การคงอยู่ของทรัพยากรเหล่านี้เป็นผลมาจากการดูแลอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่มีการวางทุ่นจอดเรือเพื่อป้องกันการทอดสมอทับแนวปะการัง ทำให้เกาะหลักแรดยังคงสถานะการเป็นห้องเรียนธรรมชาติใต้น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดชุมพร
วิธีการเดินทาง
- สามารถเช่าเหมาเรือหางยาวหรือเรือสปีดโบ๊ทจากท่าเรือหาดทรายรี หรือซื้อแพ็กเกจทัวร์แบบ One Day Trip จากตัวเมืองชุมพร ซึ่งปกติจะรวมการไปเยือนเกาะมาตราและเกาะละวะด้วย ใช้เวลาเดินทางจากฝั่งประมาณ 20-30 นาที
คำแนะนำ
-
ควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมล่วงหน้าก่อนออกเดินทางเพื่อความปลอดภัย
-
เลือกใช้ครีมกันแดดชนิดที่เป็นมิตรต่อปะการังเพื่อรักษาระบบนิเวศ
-
เตรียมกล้องถ่ายภาพใต้น้ำมาให้พร้อมเพื่อบันทึกทุ่งดอกไม้ทะเลที่สวยงาม
-
สวมชูชีพตลอดเวลาขณะดำน้ำตื้นแม้ว่าน้ำจะดูนิ่งและใสก็ตาม
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก (3-14 ปี) 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก (3-14 ปี) 100 บาท
-
ค่าธรรมเนียมยานพาหนะ (ถ้ามี): รถยนต์ 30 บาท
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 16:30 น.
-
ช่วงเวลาปิดพักฟื้นธรรมชาติ: โดยปกติทางอุทยานฯ จะมีการปิดการท่องเที่ยวและพักฟื้นทรัพยากรทางทะเลบางส่วนในช่วงฤดูมรสุม (ประมาณวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม ของทุกปี) เพื่อความปลอดภัยและให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว