“ถ้ำโบราณกลางป่าชายเลนที่มี ภาพเขียนสีโบราณมากกว่า 200 ภาพ และเส้นทางพายคายัคสุด Unseen”
ถ้ำผีหัวโต (Phi Hua To Cave) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ถ้ำหัวกะโหลก” เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของจังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ท่ามกลางระบบนิเวศป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ของอำเภออ่าวลึก
ตัวถ้ำตั้งอยู่บนภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่มีอายุหลายล้านปี รายล้อมด้วยคลองธรรมชาติและป่าโกงกาง ทำให้การเดินทางเข้าถึงต้องใช้ เรือคายัคหรือเรือหางยาว ล่องผ่านเส้นทางน้ำที่คดเคี้ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของกระบี่
ที่มาของชื่อ “ผีหัวโต”
ชื่อ “ผีหัวโต” มีที่มาจากการค้นพบ กะโหลกมนุษย์โบราณขนาดใหญ่ ภายในถ้ำในอดีต ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ถ้ำผีหัวโต” ก่อนจะกลายเป็นชื่อที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
ภายในพื้นที่ยังมีการค้นพบ เศษภาชนะดินเผา กระดูกสัตว์ เครื่องมือหิน และร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เคยเป็นทั้งที่พักอาศัย จุดหลบภัย และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของชุมชนโบราณบริเวณชายฝั่งอันดามัน
ความสำคัญทางโบราณคดี
ถ้ำผีหัวโตถือเป็นหนึ่งใน แหล่งภาพเขียนสีโบราณที่สำคัญที่สุดของภาคใต้ประเทศไทย และเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน
นักโบราณคดีพบว่าศิลปะภาพเขียนสีที่นี่มีความเชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีสำคัญในจังหวัดพังงาและสตูล แสดงให้เห็นถึงเครือข่ายชุมชนโบราณที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้เมื่อหลายพันปีก่อน
ภาพเขียนสีโบราณอายุกว่า 2,000 ปี
จุดเด่นสำคัญที่สุดของถ้ำคือ ภาพเขียนสีโบราณมากกว่า 200 ภาพ ซึ่งมีอายุประมาณ 2,000-3,000 ปี กระจายอยู่ทั่วผนังและเพดานถ้ำ
ภาพส่วนใหญ่ใช้สีแดงจากแร่ธรรมชาติ เช่น ดินแดงและแร่เหล็ก ผสมกับยางไม้หรือไขมันสัตว์เพื่อให้สีติดทนนาน
ภาพที่พบสะท้อนวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคโบราณได้อย่างชัดเจน ทั้งภาพคนล่าสัตว์ ภาพเรือ ภาพสัตว์ทะเล ปลา นก ลิง จระเข้ รวมถึงลวดลายเรขาคณิตและสัญลักษณ์ลึกลับที่ยังไม่สามารถตีความได้ทั้งหมด
ภาพ “มนุษย์หัวโต” อันโด่งดัง
หนึ่งในภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ภาพมนุษย์หัวโตหรือมนุษย์มีเขา ซึ่งมีลักษณะคล้ายสวมหมวกสูงหรือมีเขายื่นออกจากศีรษะ พร้อมลายเส้นพาดตามลำตัว จนหลายคนเปรียบเทียบว่ามีรูปร่างคล้าย “มนุษย์ต่างดาว”
ภาพนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอำเภออ่าวลึก และเป็นหนึ่งในภาพเขียนสีโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย
นักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าภาพดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องผู้นำทางจิตวิญญาณ หมอผี หรือพิธีกรรมเกี่ยวกับธรรมชาติและโลกหลังความตาย ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมและความเชื่อของชุมชนโบราณในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันได้อย่างน่าสนใจ
ลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst Landscape)
บริเวณอ่าวลึกและเขตกระบี่มีภูมิประเทศแบบ คาสต์ (Karst Landscape) ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนและน้ำทะเลต่อเนื่องเป็นเวลาหลายล้านปี
กระบวนการทางธรรมชาตินี้ทำให้เกิดภูเขาหินปูนสูงชัน ถ้ำลอด โพรงหิน หน้าผา และอุโมงค์ธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชายฝั่งทะเลอันดามัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่พื้นที่อ่าวลึกได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและพายคายัคจากทั่วโลก
ลักษณะภายในถ้ำ
ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นหลายคูหาขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นโถงโปร่ง อากาศถ่ายเทดี และมีแสงธรรมชาติส่องเข้าถึงหลายจุด ทำให้สามารถชมภาพเขียนสีได้อย่างชัดเจน
ผนังถ้ำมีสีสันจากแร่ธาตุธรรมชาติ เช่น สีแดง น้ำตาล เหลือง และดำ รวมถึงมี หินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงาม ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมาเป็นเวลานับพันปี
บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกลึกลับ เงียบสงบ และแตกต่างจากถ้ำท่องเที่ยวทั่วไป
จุดถ่ายรูปยอดนิยม
ภายในและรอบบริเวณถ้ำมีมุมถ่ายรูปสวยหลายจุด เช่น
- มุมปากถ้ำ ที่มองออกไปเห็นวิวป่าชายเลนและภูเขาหินปูน
- จุดภาพมนุษย์หัวโต ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของถ้ำ
- เส้นทางพายคายัคผ่านป่าโกงกาง ที่ให้บรรยากาศแบบผจญภัย
- มุมแสงธรรมชาติส่องผ่านเพดานถ้ำในช่วงเช้า
- มุมสะท้อนผิวน้ำบริเวณหน้าถ้ำในช่วงน้ำขึ้น
กิจกรรมพายเรือคายัค
อีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมคือ การพายเรือคายัคชมธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของการมาเที่ยวถ้ำผีหัวโต
นักท่องเที่ยวจะได้ล่องเรือผ่านอุโมงค์ป่าโกงกาง คลองธรรมชาติ และภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา
ระหว่างทางยังสามารถแวะเที่ยวจุดสำคัญใกล้เคียง เช่น ถ้ำลอดเหนือ ถ้ำลอดใต้ ถ้ำชาวเล และเขากาโรส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความงดงามทางธรรมชาติและธรณีวิทยาสูงมาก
ระบบนิเวศป่าชายเลน
พื้นที่รอบถ้ำเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าชายเลนที่สมบูรณ์ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ เช่น ปลาตีน ปูแสม นกกระเต็น นกยาง และลิงแสม
ในช่วงน้ำลง นักท่องเที่ยวจะสามารถเห็นระบบรากโกงกางขนาดใหญ่ รวมถึงสิ่งมีชีวิตชายฝั่งจำนวนมากอย่างใกล้ชิด
จึงเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการศึกษาธรรมชาติ
ระยะเวลาเที่ยวและช่วงเวลาที่เหมาะสม
การเที่ยวถ้ำผีหัวโตใช้เวลาประมาณ 1.5-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางและกิจกรรมที่เลือก หากรวมโปรแกรมพายคายัคหลายจุดอาจใช้เวลาประมาณครึ่งวัน
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเที่ยวคือช่วง เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เพราะทะเลสงบ อากาศไม่ร้อน และเหมาะกับการพายเรือมากที่สุด
ส่วนช่วงฤดูฝน แม้จะมีฝนตกบ้าง แต่ธรรมชาติจะเขียวชอุ่มและสดชื่นเป็นพิเศษ
คำแนะนำด้านความปลอดภัย
- ควรสวม เสื้อชูชีพ ตลอดการพายเรือ
- ระมัดระวังพื้นลื่นภายในถ้ำ โดยเฉพาะช่วงน้ำขึ้น
- ไม่ควรสัมผัสหรือขีดเขียนบนภาพเขียนสีโบราณ
- ควรตรวจสอบสภาพอากาศและระดับน้ำก่อนเดินทาง
- หากเดินทางพร้อมเด็ก ควรมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดระหว่างพายเรือ
เสน่ห์ของ Unseen กระบี่
ปัจจุบัน ถ้ำผีหัวโต ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของจังหวัดกระบี่ เพราะผสมผสานทั้งคุณค่าทางโบราณคดี ศิลปกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ ความงดงามของภูมิประเทศแบบ คาสต์ (Karst Landscape) และเสน่ห์ของป่าชายเลนเอาไว้ในจุดเดียวอย่างสมบูรณ์
จึงเหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ สายประวัติศาสตร์ นักถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการสัมผัสมุม Unseen ของกระบี่ ที่แตกต่างจากทะเลและชายหาดทั่วไป
วิธีการเดินทาง
-
จากตัวเมืองกระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) มุ่งหน้าสู่อำเภออ่าวลึก เมื่อถึงสี่แยกอ่าวลึกให้ขับไปทาง “ท่าเรือบ่อท่อ” ซึ่งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีประมาณ 7 กิโลเมตร
-
นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถที่ท่าเรือ จากนั้นเช่า เรือคายัคหรือเรือหางยาว พายลัดเลาะตามคลองธรรมชาติผ่านป่าโกงกางเข้าสู่บริเวณถ้ำ ใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที ขึ้นอยู่กับระดับน้ำและประเภทของเรือที่เลือกใช้บริการ
คำแนะนำ
- แนะนำให้เช่า เรือคายัค พายเองเพื่อสัมผัสธรรมชาติและบรรยากาศป่าชายเลนได้อย่างเต็มที่
- สามารถแวะเที่ยว ถ้ำลอดเหนือ ถ้ำลอดใต้ และเขากาโรส ได้ในเส้นทางเดียวกัน
- ควรเตรียม หมวก ครีมกันแดด แว่นกันแดด และซองกันน้ำ สำหรับโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูป
- ควรเลือกเที่ยวช่วงเช้าหรือช่วงน้ำขึ้น เพราะพายเรือได้สะดวก อากาศไม่ร้อน และแสงสวยเหมาะกับการถ่ายภาพ
- สวมรองเท้ากันลื่นหรือรองเท้ารัดส้น เนื่องจากบริเวณถ้ำบางจุดอาจมีพื้นเปียกและลื่น
- หากต้องการชมภาพเขียนสีอย่างละเอียด ควรใช้บริการ ไกด์ท้องถิ่น เพื่ออธิบายประวัติศาสตร์และความหมายของภาพต่างๆ
- ช่วงฤดูฝนธรรมชาติจะเขียวชอุ่มเป็นพิเศษ แต่ควรตรวจสอบสภาพอากาศและระดับน้ำก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม:
ชาวไทย
- ผู้ใหญ่ 60 บาท
- เด็ก 30 บาท
ชาวต่างชาติ
- ผู้ใหญ่ 300 บาท
- เด็ก 150 บาท
(เป็นค่าธรรมเนียมรวมของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี)
มีค่าเช่าเรือคายัคเพิ่มเติมประมาณ 300-500 บาทต่อลำ และค่าเรือหางยาวขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารและเส้นทางท่องเที่ยว
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
- โดยช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวชมมากที่สุดคือช่วงเช้าถึงก่อนบ่าย เนื่องจากอากาศไม่ร้อนและระดับน้ำเหมาะสำหรับการพายเรือเข้าถ้ำ