“แหล่งต้นน้ำสำคัญและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของภูเขาหินปูน หน้าผาสูงชัน และอากาศที่บริสุทธิ์จนได้ชื่อว่าปอดของภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสาน”
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (Nam Nao National Park) เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่ประมาณ 603,750 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดชัยภูมิ สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งทำหน้าที่เป็น แหล่งต้นน้ำสำคัญ ของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง และแม่น้ำเลย ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ที่นี่จึงเป็นบ้านของ สัตว์ป่านานาชนิด ที่ออกมาปรากฏตัวให้เห็นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ช้างป่า กระทิง กวาง เก้ง เสือ ไก่ฟ้าพญาลอ และนกหายากนานาพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีทิวทัศน์ของหน้าผาสูงชันที่สวยงามสะดุดตา เช่น ผาล้อม ผากอง และผามัดพริก ที่ตั้งตระหง่านท้าทายสายตานักเดินทาง
สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ที่ห้ามพลาดมีดังนี้:
-
ทุ่งหญ้ากงวัง: ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เป็นแหล่งอาหารหลักของสัตว์ป่า คุณอาจมีโอกาสเห็นสัตว์น้อยใหญ่ลงมากินหญ้าท่ามกลางบรรยากาศป่าที่เงียบสงบ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดและเย็นที่เหล่ากวางและเก้งมักออกมาหากิน ทำให้เป็นจุดที่ดีที่สุดในการสังเกตพฤติกรรมสัตว์ตามธรรมชาติ
-
จุดชมทิวทัศน์ภูค้อ: จุดเช็คอินที่สวยงามที่สุดสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่คุณจะเห็นแสงสีทองอาบผืนป่าที่กว้างใหญ่เบื้องล่างอย่างสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นยอดภูกระดึงและภูหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ เป็นภาพพาโนรามาที่หาชมได้ยากจากจุดอื่น
-
ถ้ำใหญ่น้ำหนาว: ถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในมีหินงอกหินย้อยงดงามแปลกตา ไฮไลท์คือมีน้ำไหลรินออกมาจากปากถ้ำตลอดเวลา และเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงค้างคาวนับแสนตัว ภายในถ้ำมีความลึกและทางเดินที่ซับซ้อนน่าค้นหา พร้อมทั้งอากาศที่เย็นสบายและมีความชื้นสัมพัทธ์สูงทำให้หินงอกหินย้อยยังคงดูแวววาวมีชีวิตชีวา
-
น้ำตกตาดพรานบา: น้ำตกที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร สายน้ำจะพุ่งเป็นลำตกลงมาเป็นสองชั้นอย่างสวยงามท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี บริเวณรอบน้ำตกเต็มไปด้วยพืชมอสและเฟิร์นที่ปกคลุมโขดหิน สร้างบรรยากาศที่ดูสดชื่นและร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งพักผ่อนชมวิว
-
จุดชมทิวทัศน์ถ้ำผาหงษ์: จุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุด โดยต้องเดินเท้าขึ้นยอดเขาเพื่อชมวิวแบบพาโนรามา และภายในยังมีถ้ำขนาดเล็กที่มีหลืบหินซับซ้อนให้สำรวจ เมื่อแสงสุดท้ายของวันลับขอบฟ้า ท้องฟ้าบริเวณนี้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพูตัดกับเงาของภูเขาหินปูนอย่างสวยงามน่าประทับใจ
-
ป่าเปลี่ยนสี: ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม เมื่อป่าผลัดใบจะเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง ส้ม และแดง สวยงามราวกับภาพวาดในต่างประเทศ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความแตกต่างของเฉดสีไม้ที่ไล่ระดับกันไปทั่วทั้งหุบเขา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ช่างภาพนิยมมาเก็บภาพความมหัศจรรย์นี้มากที่สุด
-
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ: มีทั้งเส้นทางระยะใกล้และระยะไกล รวม 6 เส้นทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินสัมผัสชีวิตของพรรณไม้และร่องรอยสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด แต่ละเส้นทางจะมีป้ายข้อมูลให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าดิบเขาและป่าสน ช่วยให้ผู้เดินได้รับทั้งความสนุกจากการผจญภัยและสาระความรู้ทางธรรมชาติวิทยา
การมาพักผ่อนที่น้ำหนาวจึงเป็นการเติมพลังจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการกางเต็นท์นอนดูดาว สูดอากาศที่หนาวเย็น หรือการเดินป่าศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ ที่นี่คือจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งสายผจญภัยและสายพักผ่อนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบอย่างที่สุด
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 (เส้นหล่มสัก-ชุมแพ) ขับตามเส้นทางขึ้นเขาที่สวยงาม ที่ทำการอุทยานฯ จะตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 50 (หลักกิโลเมตรใหม่คือ 415)
-
รถสาธารณะ: สามารถนั่งรถทัวร์สายที่ผ่านเส้นทางหล่มสัก-ชุมแพ (เช่น รถไปขอนแก่นหรืออุดรธานี) แล้วแจ้งขอลงหน้าทางเข้าอุทยาน
คำแนะนำ
-
สภาพอากาศ: เตรียมเสื้อกันหนาวมาให้พร้อม เพราะที่นี่อุณหภูมิเย็นตลอดทั้งปี และอาจหนาวจัดในช่วงกลางคืน
-
การเตรียมตัว: หากต้องการเข้าถ้ำหรือเดินป่าระยะไกล ควรมีไฟฉายที่สว่างเพียงพอและสวมรองเท้าผ้าใบที่กระชับ
-
สัตว์ป่า: หากขับรถผ่านเส้นทางในอุทยานฯ ควรใช้ความเร็วต่ำเพราะอาจมีช้างป่าหรือสัตว์อื่นๆ ข้ามถนนได้ทุกเมื่อ
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท
-
ค่าธรรมเนียมพาหนะ: รถยนต์ 30 บาท / รถจักรยานยนต์ 20 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 16:30 น. (สำหรับจุดกางเต็นท์สัญจรได้ตลอดเวลา)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 6 ส.ค. 55