“ สุสานฮวงซุ้ยจีนแท้บนเนินเขาในจังหวัด ระนอง โดดเด่นด้วยรูปปั้นหินสลัก สะท้อนยศศักดิ์ของ คอซู้เจียง และประวัติศาสตร์เมืองระนอง ”
สุสานเจ้าเมืองระนอง (Ranong Governor's Grave) เป็นโบราณสถานที่มีความโดดเด่นอย่างรอบด้าน ทั้งในเชิงสถาปัตยกรรม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ โดยตัวสุสานถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยจีนแบบฮกเกี้ยนอย่างเคร่งครัด มีลักษณะเป็นรูปโค้งคล้ายเกือกม้า ซึ่งเชื่อว่าเป็นรูปแบบที่สามารถกักเก็บพลังงานที่ดีหรือ “ชี่” และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ลูกหลาน อีกทั้งยังตั้งอยู่บนชัยภูมิที่เป็นมงคลบนเนินเขาพุทธรักษาในจังหวัดซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศแบบ “หลังเขา หน้าน้ำ” อันเป็นทำเลที่ดีที่สุดตามตำราฮวงจุ้ยสำหรับการฝังศพบุคคลสำคัญ
นอกจากนี้ บริเวณทางขึ้นสุสานยังประดับด้วยประติมากรรมหินแกะสลักรูปขุนนางจีน นักรบ และสัตว์มงคล เช่น ม้า สิงโต และแพะ ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความงดงาม แต่ยังสะท้อนถึงยศศักดิ์ อำนาจ และเกียรติยศของ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) ตามคติความเชื่อของจีนโบราณ โดยสัตว์แต่ละชนิดยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เช่น ม้าที่สื่อถึงความก้าวหน้า สิงโตที่หมายถึงอำนาจและการปกป้อง และแพะที่แทนความอุดมสมบูรณ์
องค์ประกอบสำคัญของสุสาน เช่น หินสลัก ปูนปั้น และงานตกแต่งต่าง ๆ ล้วนเป็นวัสดุที่นำเข้าจากประเทศจีนโดยตรง แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถัน ฐานะ และอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีนที่มีต่อพื้นที่ภาคใต้ของไทยในอดีต อีกทั้งสุสานแห่งนี้ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาเมืองระนองในยุคเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งเป็นรากฐานเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค
ด้วยเหตุนี้ สุสานแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฝังศพ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการก่อร่างสร้างเมืองระนอง อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวระนองและลูกหลานตระกูล ณ ระนอง ให้ความเคารพนับถืออย่างสูง มีการเดินทางมาไหว้บรรพบุรุษและขอพรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเทศกาลสำคัญ เช่น เช็งเม้ง ขณะเดียวกัน ด้วยทำเลที่ตั้งบนเนินเขา ยังทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างกว้างไกล บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงการเรียนรู้เรื่องฮวงจุ้ยในสถานที่จริง
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: จากตัวเมืองระนอง ใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางจังหวัดชุมพร สุสานตั้งอยู่ริมถนนบริเวณเนินเขาพุทธรักษา ห่างจากเขตเทศบาลประมาณ 1 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจน
คำแนะนำ
- ควรมาเยี่ยมชมในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อน และได้แสงสวยเหมาะกับการถ่ายภาพ
- แต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสุสานที่ชาวระนองเคารพนับถือ
- หลีกเลี่ยงการปีนป่าย เหยียบ หรือสัมผัสองค์สุสานและรูปปั้นหิน เพื่อช่วยอนุรักษ์โบราณสถาน
- ควรใช้ความสงบในการเยี่ยมชม ไม่ส่งเสียงดัง และให้ความเคารพสถานที่ รวมถึงผู้ที่มาสักการะ
- หากมาในช่วงเทศกาล เช่น เช็งเม้ง ควรเตรียมตัวเรื่องการเดินทางและเวลา เนื่องจากจะมีผู้คนมาไหว้บรรพบุรุษจำนวนมาก
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 4 รายการ)รีวิวเมื่อ 15 มิ.ย. 55
รีวิวเมื่อ 15 มิ.ย. 55
ในปลายรัชกาลที่ ๔ หลวงระนองเจ้าเมืองคนเดิมถึงแก่กรรมลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า หลวงรัตนเศรษฐีทำอากรดีบุกมาช้านานหลายปี ส่งเงินภาษีอากรมิได้ขาดค้าง เป็นผู้ใหญ่ใจอารีอารอบเป็นที่รักใคร่นับถือ พอจะเป็น เจ้าเมืองระงับกิจทุกข์ของไพร่บ้านพลเมืองต่อไปได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนเป็น พระรัตนเศรษฐี ผู้สำเร็จราชการเมืองระนอง
ปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ยกเมืองตระและเมืองระนองขึ้นเป็นหัวเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพพระมหานคร เพื่อให้สะดวกในการรักษาพระราชอาณาเขต เพราะขณะนั้น อังกฤษได้เข้ามารุกรานพม่า ซึ่งมีชายแดน ติดต่อถึงเมืองระนอง โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยารัตนเศรษฐี ผู้สำเร็จราชการเมืองระนอง
เมืองระนองเจริญรุ่งเรืองมาก มีผู้คนอพยพจากเมืองใกล้เคียง เช่น เมืองไทรบุรี เมืองปีนัง มาตั้งหลักแหล่งทำมาค้าขายและขุด ร่อนแร่ดีบุก พระยารัตนเศรษฐีได้ตั้งห้างโกหงวนที่เกาะหมากเพื่อซื้อขายสินค้าของเมืองระนอง ขยายการทำเหมืองแร่ข้ามเขาบรรทัด ไปถึงเมืองหลังสวน ทำให้เมืองหลังสวนเจริญขึ้น และได้รับการยกฐานะเป็นเมืองจัตวาเช่นเดียวกัน
ปีพุทธศักราช ๒๔๑๙ อันเป็นสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ระนองเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ นายทุนและกรรมกร กรรมกรจีนซึ่งมีอยู่มากมายเกิดกำเริบต่อสู้เจ้าเมือง รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงส่งทหารคุม ปืนใหญ่เล็ก และโปรดฯ ให้ส่งกำลังจากกองทัพหัวเมืองเข้ามาปราบ เมื่อบ้านเมือง สงบแล้ว ได้เลื่อนตำแหน่งพระยารัตนเศรษฐี เป็น พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี จางวางผู้กำกับราชการเมืองระนอง และทรงแต่งตั้งคอซิมก๊อง บุตรชายคนโตของ ท่านขึ้นเป็น “พระยารัตนเศรษฐี” ผู้ว่าราชการเมืองระนองแทน
พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปีพุทธ ศักราช ๒๔๒๕ อายุได้ ๘๖ ปี ด้วยวัณโรคที่ไขสันหลัง ได้รับพระราชทานที่ดินที่ เขาระฆังทอง เมืองระนอง เป็นที่ฝังศพ พระราชทานป้ายศิลาปักหน้าฮวงซุ้ย จารึกประวัติของท่านทั้งภาษาไทยและภาษาจีน.
รีวิวเมื่อ 15 มิ.ย. 55
ปีพุทธศักราช ๒๓๘๙ ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ คอซู้เจียง ได้เข้ากรุงเทพพระมหานคร พบกับ พระยาอัครมหาเสนาบดี (ดิศ บุนนาค) สมุหพระกลาโหม ผู้รับผิดชอบหัวเมืองภาค ใต้ เพื่อขอประมูลผูกขาดอากรดีบุกเมืองระนอง และเมืองตระ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้เป็น หลวงรัตนเศรษฐี ตำแหน่งขุนนางนายอากรเมืองระนอง แล้วได้ย้ายครอบครัวจาก เมืองพังงามาอยู่เมืองระนอง แต่บ้านที่พังงาก็ยังรักษาไว้เพื่อความไม่ประมาท ได้เกลี้ยกล่อมชักชวน ราษฎรชาวไทยจีนและหัวเมืองใกล้เคียงให้มาทำมาหากินใน ๑๐ ตำบลที่ รับทำอากรดีบุก ได้ถวายอากรดีบุกจำนวน ๑๔,๐๐๐ ชั่ง ต่อปี (หนึ่งล้านบาทเศษในขณะนั้น)
รีวิวเมื่อ 15 มิ.ย. 55