“ชมความอลังการของ ปราสาทก่ออิฐฉาบปูนสามชั้น ที่จำลองแบบมาจากนครวัด กราบบูชา พระพิฆเนศปางประทับบนบัลลังก์กะโหลก อันศักดิ์สิทธิ์ และชม ศิลาพระจันทร์ลอย อันน่าอัศจรรย์”
ปราสาทนครหลวง (Prasat Nakhon Luang) เป็นโบราณสถานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ลึกลับแห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อปี พ.ศ. 2174 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทั้งอนุสรณ์แห่งชัยชนะ และเป็นที่ประทับแรมของพระมหากษัตริย์ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี แสดงถึงความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 22
ความพิเศษของปราสาทนครหลวงคือ พระเจ้าปราสาททองโปรดให้ช่างหลวงเดินทางไปศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมจาก นครวัด (Angkor Wat) ในอาณาจักรขอม แล้วนำแนวคิดกลับมาประยุกต์สร้างเป็นปราสาทก่ออิฐถือปูนบนเนินดินที่ถมสูงขึ้นเป็นสามชั้น โครงสร้างทั้งหมดสะท้อนอิทธิพลศิลปะเขมรผสมผสานกับคติความเชื่อแบบอยุธยาได้อย่างงดงามและทรงพลัง
ผังของปราสาทเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มี ระเบียงคดล้อมรอบ แต่ละระดับมีปรางค์ประจำทิศตั้งอยู่ทั้งสี่มุม แม้ปัจจุบันสภาพจะชำรุดไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเห็นโครงสร้างเดิมได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการมองผ่าน ช่องประตูของระเบียงคดที่เรียงซ้อนกันหลายชั้น สร้างมิติทางสายตาที่ให้ความรู้สึกลึก ซับซ้อน และขลังราวกับกำลังก้าวเข้าสู่ปราสาทโบราณในตำนาน บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบกว่าวัดในเขตเมืองอยุธยา เหมาะแก่การเดินชมและซึมซับประวัติศาสตร์อย่างสงบ
นอกจากคุณค่าทางโบราณคดีแล้ว ปราสาทนครหลวงยังเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ศรัทธาและสายมูเตลูจากทั่วประเทศ ภายในพื้นที่มีจุดสักการะสำคัญหลายแห่ง ได้แก่ พระพิฆเนศโบราณ ซึ่งประดิษฐานบนบัลลังก์กะโหลก เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ด้านความสำเร็จ การงาน และการขจัดอุปสรรค, ศิลาพระจันทร์ลอย แผ่นหินแกรนิตทรงกลมขนาดใหญ่ที่เล่าขานว่าลอยมาตามแม่น้ำป่าสัก นิยมขอพรเรื่องโชคลาภและเมตตามหานิยม และ รอยพระพุทธบาทสี่รอย ซึ่งประดิษฐานอยู่ชั้นบนสุดของปราสาท ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้พร้อมชมทิวทัศน์มุมสูงของอำเภอนครหลวง
สำหรับนักท่องเที่ยวและช่างภาพ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาเยือนคือช่วงบ่ายแก่จนถึงยามพระอาทิตย์ตก แสงแดดจะสาดผ่านช่องประตูและผนังอิฐสีส้มแดง เกิดเป็นแสงและเงาที่มีมิติ งดงาม และเปี่ยมด้วยบรรยากาศลึกลับอย่างยิ่ง บริเวณโดยรอบยังมีร้านกาแฟและร้านอาหารท้องถิ่นริมแม่น้ำป่าสัก ช่วยเติมเต็มการเดินทางให้ครบทั้งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การทำบุญ และการพักผ่อนอย่างแท้จริง
ปราสาทนครหลวงจึงมิใช่เพียงโบราณสถาน แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความศรัทธา และการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างอารยธรรม ที่ยังคงมนต์ขลังและคุณค่าไว้เหนือกาลเวลา
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองอยุธยา ใช้ทางหลวงหมายเลข 3063 (ทางไปอำเภอนครหลวง) ข้ามสะพานแม่น้ำป่าสัก ปราสาทจะอยู่ฝั่งขวามือ มีที่จอดรถสะดวกสบาย
รถสาธารณะ:
- สามารถนั่งรถตู้จากตัวเมืองอยุธยาที่ไปทางอำเภอนครหลวง หรือเหมารถตุ๊กตุ๊กจากสถานีรถไฟอยุธยามาได้ (ระยะทางประมาณ 15-20 กม.)
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- แนะนำช่วง 16:00 – 18:00 น. เพราะอากาศจะไม่ร้อนมาก และได้ชมแสงสีทองยามเย็นที่สวยที่สุด
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นศาสนสถานและโบราณสถานสำคัญ ควรแต่งกายสุภาพ (ปิดหัวเข่าและไหล่) และระมัดระวังขณะเดินขึ้นบันไดที่ค่อนข้างชัน
กิจกรรมห้ามพลาด:
- การกระซิบข้างหู "หนูมุสิกะ" บริเวณด้านหน้าพระพิฆเนศเพื่อฝากคำอธิษฐานไปถึงพระองค์
สถานที่ใกล้เคียง:
- สามารถแวะชม วัดเทพจันทร์ลอย และ วัดใหม่ประชุมพล ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเพื่อชมศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย
ค่าเข้าชม
-
นักท่องเที่ยวชาวไทย: ฟรี
-
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน: 06:00 – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 21 รายการ)รีวิวเมื่อ 24 ส.ค. 53
จากการดำเนินการขุดแต่งเมื่อปีพ.ศ.2534 พบแนวพื้นปูอิฐ
ทำให้ทราบว่าศาลาพระจันทร์ลอยสร้างคร่อมทับสิ่งก่อสร้างเก่าหลังหนึ่งและจากหลักฐานเอกสารสันนิษฐานว่า
ซากสิ่งก่อสร้างนั้น คือ ตำหนักนครหลวง
ซึ่งสมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดฯให้สร้างขึ้นเพื่อใช้ประทับร้อนระหว่างทางเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปน
มัสการพระพุทธบาทสี่รอย จังหวัดสระบุรี
แต่ก่อนมาจากสภาพซากตำหนักที่พระบาทสมเด็จพระจุมจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในระยะทางเสด็จประ
พาสมณฑลอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2421
ทำให้สันนิษฐานว่าตำหนักนครหลวงคงจะมีลักษณะเป็นตำหนักยาวอย่างพระที่นั่งจันทรพิศาลในพระนารายณ์ราชนิเวศ
น์ จังหวัดลพบุรี
ศาลาพระจันทร์ลอยที่เห็นกันในปัจจุบันเป็นอาคารจตุรมุข
เป็นของที่ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระปลัด (ปลื้ม)
ซึ่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูวิหารกิจจานุการอาคารทรงจตุรมุขดังกล่าวเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน
มีบันไดทางขึ้นเตี้ยภายในประดิษฐานพระจันทร์ลอยแผ่นศิลาที่ชาวบ้านเรียกกันว่า พระจันทร์ลอย
ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมณฑปจตุรมุขนี้เดิมอยู่ที่วัดเทพพระจันทร์(ปัจจุบันชื่อวัดเทพพระจันทร์ลอย)
ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่พระวิหารกิจจานุการ
(ปลื้ม)ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่อาคารหลังนี้พระจันทร์ลอยนี้เป็นแผ่นหินแกรนิตรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2
เมตรหนา 6นิ้ว ด้านหน้าสลักเป็นรูปเจดีย์ 2 องค์ พระพุทธรูป 3 องค์
เจดีย์องค์หนึ่งเป็นรอยสลักอยู่เดิม
แต่เจดีย์อีกองค์หนึ่งและพระพุทธรูปสามองค์มีปูนปั้นพอกให้นูนเด่นออกมามากกว่าหน้าศิลาคงจะมีผู้ทำขึ้นภา
ยหลังด้านใต้มีรอยสลักลายตรงกลางมีรูปต่าง ๆ ที่ปรากฎชัดเป็นรูปปลา 2
ตัวเหมือนสัญลักษณ์ราศรีมีนต่อจากลายมาสลักเป็นลวดโค้งเหมือนรอยต้นพระบาทลายเหล่านี้ลบเลือนมากสันนิษฐาน
ได้ว่าแผ่นศิลาพระจันทร์ลอยนี้คือ ธรรมจักร ซึ่งยังทำไม่เสร็จ
รีวิวเมื่อ 24 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 24 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 24 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 24 ส.ค. 53
ตั้งอยู่ด้านหน้าปราสาทนครหลวง มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอาคารจัตุรมุข ปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระปลัด (ปลื้ม) หรือพระครูวิหาร-กิจจานุการได้นำพระจันทร์ลอยจากวัดเทพจันทร์ลอย ต. พระจันทร์-ลอย อ. นครหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทนครหลวงมาประดิษฐานไว้ แผ่นหินพระจันทร์ลอยมีลักษณะเป็นแผ่นหินแกรนิตทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 ม. หนา 6 นิ้ว บนแผ่นหินมีรูปแกะสลักที่ค่อนข้างดูยาก ด้านหนึ่งสลักเป็นรูปพระเจดีย์สององค์และพระพุทธรูปสามองค์ ส่วนอีกด้านหนึ่งสลักเป็นรูปปลาคล้ายสัญลักษณ์ราศีมีน มีผู้สันนิษฐานว่าแผ่นหินดังกล่าวอาจเป็นธรรมจักรที่ยังสร้างไม่เสร็จก็เป็นได้
รีวิวเมื่อ 19 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ส.ค. 53
สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โดยหลังจากที่เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ได้โปรดฯให้ยกทัพไปตีเมืองเขมรจนได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2147 ได้โปรดฯ ให้ช่างไปถ่ายแบบอย่างของการก่องสร้างโบราณสถานในเมืองพระนครหลวงมาสร้างเป็นปราสาทในบริเวณ ริมวัดเทพจันทร์ ให้ชื่อว่า "ปราสาทนครหลวง"
รีวิวเมื่อ 19 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 18 ส.ค. 53
ดูดีๆ จะเห็นว่ามีสี่รอย
รีวิวเมื่อ 18 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 18 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 18 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 18 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 17 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 16 ก.ค. 53
http://www.ayutthaya.org
รีวิวเมื่อ 16 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 16 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 16 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 16 ก.ค. 53