“ชมความสง่างามของ พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสัมฤทธิ์โบราณที่อัญเชิญมาจากสุโขทัย ประดิษฐานในพระวิหารหลวงที่ล้อมรอบด้วย สถาปัตยกรรมชั้นสูง และเสาชิงช้าที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานคร”
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (Suthat Thepwararam Temple) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ เริ่มสร้างขึ้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และแล้วเสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่ 3 วัดแห่งนี้มีเจตนารมณ์ให้เป็นวัดใหญ่ใจกลางพระนคร เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญจากกรุงสุโขทัย คือ พระศรีศากยมุนี ซึ่งอัญเชิญมาจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย อันเป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม สงบนิ่ง และเปี่ยมด้วยเมตตา
ผังวัดและแนวคิดการออกแบบ
วัดสุทัศน์มีผังวัดที่เป็นระเบียบแบบแผน แยกเขต พุทธาวาส (เขตพระวิหาร พระอุโบสถ และพระเจดีย์) ออกจาก สังฆาวาส (เขตที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์) อย่างชัดเจน แสดงถึงแนวคิดการวางผังแบบราชสำนักที่เน้นความสมดุลและศักดิ์สิทธิ์
สถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยผสมผสานกับศิลปะอยุธยาตอนปลาย เห็นได้จากสัดส่วนอาคารที่สูงโปร่ง หลังคาซ้อนชั้นขนาดใหญ่ ช่อฟ้าใบระกาอ่อนช้อย และหน้าบันประดับลายปูนปั้นปิดทองอย่างประณีต
พระวิหารหลวงและพระศรีศากยมุนี
หัวใจสำคัญของวัดคือพระวิหารหลวงขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในพระวิหารที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ภายในประดิษฐาน พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ในปางมารวิชัย มีพุทธลักษณะสง่างามตามแบบสุโขทัย พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระโอษฐ์แย้มเล็กน้อย แสดงถึงความสงบและเมตตา
ผนังภายในพระวิหารประดับด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่มีคุณค่าทางศิลปะสูง บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และภาพวิถีชีวิตของชาวสยามในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น รายละเอียดของเครื่องแต่งกาย สถาปัตยกรรม และพิธีกรรมในภาพ ช่วยให้เข้าใจสังคมไทยในอดีตได้อย่างลึกซึ้ง
บานประตูแกะสลักลวดลายเทพชุมนุมอันวิจิตร โดยบานประตูดั้งเดิมเป็นฝีพระหัตถ์ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และใช้บานจำลองติดตั้งแทน สะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านศิลปกรรมของพระองค์
พระอุโบสถและสิ่งก่อสร้างสำคัญ
พระอุโบสถของวัดสุทัศน์มีขนาดกว้างใหญ่ โดดเด่นด้วยเสาขนาดใหญ่เรียงรายภายใน ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญอีกหลายองค์ รอบเขตพุทธาวาสล้อมด้วยพระระเบียงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจำนวนมาก เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สร้างความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์
ภายในวัดยังมีเจดีย์หินแบบจีน (ถะ) ตั้งประดับตามมุมต่าง ๆ สะท้อนความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับจีนในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พื้นลานวัดปูด้วยหินอ่อนสะอาดตา เพิ่มความสง่างามและความเป็นระเบียบของพื้นที่
ความสัมพันธ์กับเสาชิงช้าและบริบทเมือง
ด้านหน้าวัดคือ เสาชิงช้า สัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานครในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ใช้ประกอบพิธีโล้ชิงช้าของศาสนาพราหมณ์ในอดีต ภาพพระวิหารหลวงของวัดสุทัศน์คู่กับเสาชิงช้ากลายเป็นหนึ่งในภาพจำของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันของศาสนาพุทธและพราหมณ์ในราชสำนักไทย
คุณค่าทางศิลปะและประสบการณ์การเยี่ยมชม
วัดสุทัศน์ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ต้นแบบความงามของพระอารามหลวงรัตนโกสินทร์” เนื่องจากสัดส่วนอาคารที่สมดุล ความละเอียดของลายปูนปั้น และจิตรกรรมที่สมบูรณ์แบบ
ในช่วงเย็น แสงอาทิตย์จะทอดเงาทาบบนพื้นหินอ่อนและผนังวิหาร สร้างบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การทำบุญ นั่งสมาธิ และศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง
วัดสุทัศนเทพวรารามจึงมิได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ หากแต่เป็นคลังสมบัติทางพุทธศิลป์ไทยที่สะท้อนความรุ่งเรืองของชาติ และเป็นโอเอซิสแห่งความสงบกลางใจเมืองหลวงที่วุ่นวาย
วิธีการเดินทาง
รถไฟฟ้า MRT:
- ลงที่ สถานีสามยอด ทางออก 3 แล้วเดินต่อมาทางถนนอุณากรรณประมาณ 5-10 นาที วัดจะอยู่สุดทางตัดกับถนนบำรุงเมือง
รถประจำทาง:
- มีรถสาย 12, 35, 42 และรถเมล์ที่ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้วเดินต่อเพียงเล็กน้อย
รถยนต์ส่วนตัว:
- จอดได้บริเวณรอบวัดตามถนนศิริพงษ์หรือลานจอดรถเอกชนใกล้เคียง (พื้นที่จอดรถมีจำกัด)
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- แนะนำช่วงเช้าเวลา 08:30 – 10:30 น. เพื่อความสงบและอากาศยังไม่ร้อน หรือช่วง 17:00 น. เป็นต้นไปเพื่อชมแสงไฟประดับพระวิหารที่สวยงาม
การแต่งกาย:
- ต้องแต่งกายสุภาพ (เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า) เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีความสำคัญสูง
การถ่ายภาพ:
- สามารถถ่ายภาพสถาปัตยกรรมภายนอกได้ทุกมุม แต่ในพระวิหารและพระอุโบสถควรถ่ายด้วยความสำรวมและไม่รบกวนผู้ที่มาปฏิบัติธรรม
วัฒนธรรมท้องถิ่น:
- บริเวณรอบวัดสุทัศน์มีร้านอาหารและคาเฟ่เก่าแก่รสชาติระดับตำนานมากมาย เช่น ย่านเสาชิงช้าและถนนแพร่งนรา ที่ควรค่าแก่การแวะชิม
การวางแผน:
- วัดเปิดให้เข้าชมถึงเวลา 20:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่คนน้อยและสงบมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินจงกรมหรือสวดมนต์ในยามค่ำ
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: 100 บาท
เวลาทำการ
-
ทุกวัน: 08:30 – 20:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 7 รายการ)รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 8 ก.ย. 55