“ชม "การรำหางนกยูง" ซึ่งเป็นการแสดงอันอ่อนช้อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวภูไทบ้านโนนหอม พร้อมสัมผัสพิธี "บายศรีสู่ขวัญ" ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจ และเลือกซื้อผ้าทอมือย้อมครามคุณภาพดีจากภูมิปัญญาชาวบ้าน”
ศูนย์วัฒนธรรมไทยภูไท บ้านโนนหอม (Phu Thai Non Hom Cultural Center) ตั้งอยู่ท่ามกลางที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดสกลนคร เป็นถิ่นพำนักของกลุ่มชาติพันธุ์ภูไทที่มีประวัติศาสตร์การอพยพโยกย้ายมาจากเมืองบั้งไฟและเมืองแถงในแคว้นสิบสองจุไทย (ปัจจุบันอยู่ในเวียดนามและลาว) ตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ชาวภูไทที่นี่มีความภาคภูมิใจในรากเหง้าและสามารถธำรงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้ได้อย่างบริบูรณ์ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ สถาปัตยกรรมของหมู่บ้านยังคงปรากฏ "เฮือนเย่า" หรือบ้านไม้แบบดั้งเดิมที่มีโครงสร้างยกพื้นสูงเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายและใช้ใต้ถุนเป็นพื้นที่เอนกประสงค์สำหรับปั่นฝ้าย ทอผ้า และเก็บอุปกรณ์กสิกรรม สะท้อนถึงภูมิปัญญาการจัดการพื้นที่ที่สอดคล้องกับวิถีเกษตรกรรมและการทำนาแบบพึ่งพาธรรมชาติ
มรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นดั่งจิตวิญญาณของชาวภูไทบ้านโนนหอมคือ "ผ้าฝ้ายย้อมคราม" ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่อาชีพแต่คือส่วนหนึ่งของวงจรชีวิต ตั้งแต่การปลูกต้นคราม การดูแล "คราม" ให้มีคุณภาพดีจนถึงขั้นตอน "ก่อหม้อ" ซึ่งเป็นกรรมวิธีทางธรรมชาติที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญขั้นสูงในการควบคุมอุณหภูมิและความเป็นกรดด่างเพื่อให้ได้เฉดสีน้ำเงินเข้มที่สวยงามและติดทนนาน ลวดลายบนผืนผ้าแต่ละผืนมักจะบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติรอบตัว เช่น ลายนาค ลายต้นสน และลายขอ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์การออกแบบที่ได้รับรางวัลในระดับระดับประเทศและระดับสากล
ในเชิงศิลปะการแสดง บ้านโนนหอมคือแหล่งกำเนิดของ "รำหางนกยูง" ซึ่งมีความเป็นมาที่ผูกพันกับพุทธศาสนาและความเชื่อท้องถิ่น ท่วงท่าการรำถูกดัดแปลงมาจากอาการรำแพนของนกยูงที่สื่อถึงความสง่างามและความสิริมงคล โดยนักรำจะสวมชุดผ้าครามสีครามเข้ม ตัดกับผ้าสไบสีแดงสดขลิบทอง และประดับมวยผมด้วยดอกไม้และเครื่องเงินที่ส่องประกายยามเคลื่อนไหว ยิ่งไปกว่านั้น ระบบความเชื่อเรื่อง "ผีบรรพบุรุษ" และ "พุทธศาสนา" ยังหลอมรวมกันอย่างแนบแน่นผ่านประเพณี "ลงข่วง" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของหนุ่มสาวเพื่อทำกิจกรรมหัตถกรรมพร้อมกับการเกี้ยวพาราสีผ่านเสียงดนตรีพื้นบ้าน และพิธี "บายศรีสู่ขวัญ" ที่ใช้ "พานบายศรี" ซึ่งประดิษฐ์จากใบตองอย่างประณีตเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้กับผู้มาเยือน การมาเยือนบ้านโนนหอมจึงไม่ใช่เพียงการมาท่องเที่ยวเชิงกายภาพ แต่คือการก้าวข้ามเวลาเข้าไปสัมผัสกับรากเหง้าของมนุษยชาติที่มีความอ่อนโยน ความสามัคคี และความเคารพต่อธรรมชาติอย่างสูงสุด
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 223 (เส้นทางสกลนคร-นาแก) ขับไปประมาณ 13 กิโลเมตร จะเห็นป้ายทางเข้าบ้านโนนหอมอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าหมู่บ้านตามป้ายบอกทางไปยังศูนย์วัฒนธรรม
คำแนะนำ
-
ควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการชมการแสดงรำหางนกยูงหรือรับประทานอาหารเย็นแบบ "พาข้าวแลง" (สำรับอาหารพื้นเมือง)
-
แนะนำให้สวมชุดพื้นเมืองหรือชุดผ้าครามเพื่อถ่ายรูปจะเข้ากับบรรยากาศหมู่บ้านมาก หากไม่มีชุดมาเอง ทางชุมชนมักจะมีบริการให้เช่าชุดพื้นเมืองหรือผ้าซิ่นภูไทสำหรับสวมใส่ระหว่างร่วมกิจกรรม
-
ในระหว่างพิธีบายศรีสู่ขวัญ ควรอยู่ในอาการสำรวมและให้เกียรติผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาทำพิธีผูกแขนรับขวัญ การรับของจากผู้ใหญ่ควรใช้ทั้งสองมือเพื่อแสดงความเคารพตามธรรมเนียมของชาวภูไท
-
หากไปในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มกราคม) อากาศที่สกลนครจะเย็นสบายมาก เหมาะแก่การนั่งล้อมวงกินข้าวกลางแจ้ง แต่หากไปในฤดูฝน ควรพกสเปรย์กันยุงติดตัวไปด้วยเนื่องจากภายในหมู่บ้านมีต้นไม้และพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก
-
แม้ปัจจุบันจะมีการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้ในหลายจุด แต่การพกเงินสดติดตัวไปด้วยจะสะดวกกว่ามากสำหรับการซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ หรือการมอบรางวัลน้ำใจให้กับเด็กๆ นักแสดงพื้นบ้าน
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชมพื้นที่ส่วนกลางและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน
-
ค่ากิจกรรมกลุ่ม (หมู่คณะ): สำหรับการรับชมการแสดงรำหางนกยูง, พิธีบายศรีสู่ขวัญ และสำรับอาหาร "พาข้าวแลง" จะคิดราคาเป็นแพ็กเกจตามจำนวนคน (เฉลี่ยประมาณ 200 - 500 บาทต่อท่าน ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารและจำนวนกิจกรรม)
-
ค่ากิจกรรมเวิร์กช็อป: การเรียนรู้การย้อมครามหรือทำพานบายศรี มีค่าอุปกรณ์เริ่มต้นประมาณ 100 - 300 บาท
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08:30 น. – 17:00 น.
-
หมายเหตุ: สำหรับกลุ่มที่จองกิจกรรม "พาข้าวแลง" (อาหารค่ำ) และการแสดงรอบค่ำ ชุมชนจะเปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษจนถึงเวลาประมาณ 20:30 น. ตามการนัดหมาย