“ที่ตั้งของต้นสักทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งได้รับความดูแลรักษาเป็นอย่างดีในฐานะสัญลักษณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญของประเทศไทย”
วนอุทยานต้นสักใหญ่ (Ton Sak Yai Forest Park) เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกของจังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติความเป็นมา ของสถานที่แห่งนี้เริ่มจากการค้นพบต้นสักทองที่มีขนาดมหึมาโดยคณะสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2470 ซึ่งในขณะนั้นต้นสักมีความอุดมสมบูรณ์และตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางป่าลึก ต่อมาได้มีการจัดตั้งพื้นที่รอบบริเวณให้เป็นวนอุทยานเพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์ไม้สักทองที่มีค่าต้นนี้ไว้ไม่ให้ถูกทำลาย ปัจจุบันต้นสักใหญ่ได้รับความสนใจจากทั้งนักวิชาการและนักท่องเที่ยวในฐานะสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ยากยิ่ง
ลักษณะทางกายภาพของต้นสักใหญ่ต้นนี้มีความสูงเดิมกว่า 47 เมตร แต่ปัจจุบันเหลือความสูงประมาณ 37 เมตร เนื่องจากส่วนยอดถูกพายุพัดจนหักโค้งลงมา ลำต้นมีขนาดมหึมาโดยต้องใช้คนจำนวนมากกว่า 10 คนจึงจะสามารถโอบล้อมได้รอบ จากการคำนวณและศึกษาวิจัยพบว่าต้นสักต้นนี้มีอายุยาวนานกว่า 1,500 ปี ซึ่งถือเป็นต้นสักที่มีอายุยืนยาวที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เปลือกที่หนาและระบบรากที่หยั่งลึกแสดงถึงความแข็งแกร่งและการผ่านพ้นวิกฤตทางธรรมชาติมาหลายยุคสมัย การได้ยืนอยู่ต่อหน้าต้นไม้ที่มีชีวิตมานับพันปีช่วยให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงพลังและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ควรค่าแก่การรักษาเป็นอย่างยิ่ง
ภายในบริเวณวนอุทยานไม่ได้มีเพียงต้นสักใหญ่เท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่จัดไวอย่างเป็นระเบียบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพรรณไม้นานาชนิดและสัมผัสกับอากาศอันบริสุทธิ์ภายในผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ บริเวณรอบต้นสักใหญ่มีการจัดทำทางเดินยกระดับเพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเหยียบย่ำลงบนพื้นดินโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบรากของต้นไม้ การจัดการเช่นนี้แสดงถึงความใส่ใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับไม้สักทอง ซึ่งเป็นไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
วนอุทยานต้นสักใหญ่จึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตและเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ สถานที่แห่งนี้ช่วยปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อมรดกทางธรรมชาตินี้ให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป การเดินทางมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่การมาเที่ยวชมความสวยงามเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพรรณไม้ที่อยู่คู่กับผืนแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนานนับพันปี
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1045 มุ่งหน้าไปทางอำเภอน้ำปาด วนอุทยานจะตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 15 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดเส้นทาง
-
รถสาธารณะ: สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายอุตรดิตถ์-น้ำปาด จากนั้นต่อรถรับจ้างในพื้นที่เพื่อเข้าสู่บริเวณวนอุทยาน
คำแนะนำ
-
การอนุรักษ์: ห้ามนำสิ่งของใดๆ ไปขีดเขียนหรือสัมผัสลำต้นของต้นสักโดยตรง และควรเดินบนทางเดินยกระดับที่จัดไว้ให้เท่านั้นเพื่อป้องกันความเสียหายต่อรากไม้
-
กิจกรรม: พื้นที่ภายในวนอุทยานมีความเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและการศึกษาธรรมชาติ
ค่าเข้าชม:
- ไมีมีค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 16:30 น.
ขอบคุณรูปภาพจาก facebook : Khemchira Panprasert