“พระธาตุศิลปะร่วมสมัยที่สร้างครอบองค์เดิมศิลาแลง โดดเด่นด้วยงานปั้นดินเผาวิจิตรบรรจงรอบฐานเจดีย์ เล่าเรื่องราวพุทธประวัติอย่างสวยงาม เป็นศูนย์รวมศรัทธาอันศักดิ์สิทธิ์และร่องรอยประวัติศาสตร์สำคัญของชาวภูไทกะป๋องในอำเภอวาริชภูมิ”
พระธาตุศรีมงคล (Phra That Si Mongkhon) หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า วัดธาตุศรีมงคล ถือเป็นโบราณสถานและศาสนสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร โดยมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและผูกพันกับความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มาหลายชั่วอายุคน ตามตำนานและความเชื่อท้องถิ่นระบุว่าองค์พระธาตุเดิมนั้นสร้างขึ้นด้วย ศิลาแลง มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมมืดทึบแบบศิลปะล้านช้างโบราณ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจถูกสร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งราชอาณาจักรลาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการขยายแผ่อิทธิพลทางพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในลุ่มแม่น้ำโขงและเทือกเขาภูพาน
ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2517 ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ เนื่องจากองค์พระธาตุเดิมเกิดความชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา คณะกรรมการวัดและชาวบ้านจึงมีมติให้สร้าง พระธาตุองค์ใหม่ครอบองค์เดิม ไว้ข้างใน โดยการออกแบบใหม่นี้เป็นการผสมผสานศิลปะร่วมสมัยที่ยังคงเอกลักษณ์ความงดงามแบบอีสานไว้อย่างครบถ้วน ตัวองค์พระธาตุมีความสูงประมาณ 20 เมตร ฐานกว้างด้านละ 10 เมตร ตกแต่งพื้นผิวด้วยการใช้ งานปั้นดินเผา ที่วิจิตรบรรจง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนพระธาตุองค์อื่นในจังหวัดสกลนคร
รอบฐานพระธาตุทั้งสี่ทิศมีการประดับภาพปั้นดินเผาขนาดใหญ่เล่าเรื่องราว พุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ จนถึงปรินิพพาน รวมถึงภาพสะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของ ชาวภูไทกะป๋อง ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หลักที่อพยพมาตั้งรกรากในบริเวณนี้ นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่เก็บรักษาโบราณวัตถุที่ขุดพบรอบองค์พระธาตุ อาทิ พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปสำริด และเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในอดีต ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (ไปทางอุดรธานี) จนถึงอำเภอพังโคน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 222 (สายพังโคน-วาริชภูมิ) วัดจะตั้งอยู่ริมถนน ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิเพียงประมาณ 200 เมตร รวมระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 65 กิโลเมตร
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาสักการะคือช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นเพื่อให้สามารถเดินชมงานปั้นดินเผารอบองค์พระธาตุได้โดยไม่ร้อนจนเกินไป
-
ควรเริ่มต้นเดินวนขวารอบองค์พระธาตุ (เวียนเทียน) เพื่อชมภาพปั้นดินเผาเล่าเรื่องพุทธประวัติที่จะเรียงลำดับเหตุการณ์ตามเข็มนาฬิกา
-
หากมีเวลาควรแวะชมพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กภายในวัดซึ่งเก็บรักษาโบราณวัตถุและพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ขุดพบในบริเวณนี้
-
การแต่งกายควรสุภาพเรียบร้อยเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญของชาวอำเภอวาริชภูมิ
-
หลังจากไหว้พระเสร็จแนะนำให้ลองไปชิมอาหารท้องถิ่นหรือเลือกซื้อผ้าไหมภูไทในตลาดวาริชภูมิซึ่งอยู่ใกล้กับวัดเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
-
ในช่วงเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา หรือวันวิสาขบูชา จะมีการจัดงานบุญประเพณีที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่น
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (สามารถร่วมบริจาคปัจจัยเพื่อการบูรณะวัดได้ตามศรัทธา)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:00 น. (เวลาอาจมีการปรับเปลี่ยนในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือมีพิธีกรรมทางศาสนา)