“สำรวจร่องรอย ผังเมืองรูปวงรีโบราณ และคูน้ำล้อมรอบที่มีอายุกว่าพันปี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของการตั้งถิ่นฐานใน ยุคทวารวดี ที่มีความสมบูรณ์แห่งหนึ่งในภาคกลาง”
บ้านคูเมือง (Ban Khu Mueang) เป็นแหล่งชุมชนโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างยิ่ง มีลักษณะผังเมืองเป็นรูปวงรี ขนาดกว้างประมาณ 650 เมตร และยาวประมาณ 750 เมตร โดยมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบเพียงชั้นเดียว แสดงถึงรูปแบบการตั้งถิ่นฐานที่มีการวางผังอย่างเป็นระบบ จากหลักฐานการสำรวจทางโบราณคดีพบว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย และมีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในช่วงวัฒนธรรมทวารวดี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–16 ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการชุมชนในลุ่มแม่น้ำภาคกลางของประเทศไทย
จุดเด่นที่สำคัญของบ้านคูเมืองคือการค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมากที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และการค้าขายในอดีต เช่น เศษภาชนะดินเผาแบบทวารวดี ลูกปัดแก้วหลากสี ตะเกียงดินเผา และเหรียญเงินโบราณ ซึ่งบ่งชี้ถึงการติดต่อแลกเปลี่ยนกับชุมชนอื่นทั้งในและนอกภูมิภาค โบราณวัตถุบางส่วนได้รับการเก็บรักษาและนำไปจัดแสดงเพื่อการศึกษา ทำให้บ้านคูเมืองเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการทำความเข้าใจสังคมโบราณของดินแดนแถบนี้
ลักษณะภูมิประเทศของบ้านคูเมืองยังคงปรากฏร่องรอยของลำน้ำและทางน้ำเดิมที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ แสดงถึงความรู้และความชาญฉลาดในการเลือกทำเลที่ตั้งของชุมชนโบราณ ซึ่งให้ความสำคัญกับระบบจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการคมนาคม คูน้ำและคันดินไม่ได้ทำหน้าที่เพียงป้องกันภัยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนของผู้คนในอดีต
บรรยากาศโดยรอบของบ้านคูเมืองในปัจจุบันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ แต่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแนวคูเมืองโบราณที่ยังคงปรากฏให้เห็นตามแนวถนนและพื้นที่สวนของชาวบ้าน ให้ความรู้สึกเสมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสจุดเริ่มต้นของอารยธรรมบนแผ่นดินลุ่มแม่น้ำน้อยอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่สนใจด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี บ้านคูเมืองเปรียบเสมือนห้องเรียนกลางแจ้งที่มีชีวิต ช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของชุมชนโบราณและการขยายตัวของวัฒนธรรมทวารวดีจากภาคกลางตอนบนสู่พื้นที่ตอนล่าง แม้จะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีสิ่งปลูกสร้างยิ่งใหญ่ตระการตา แต่คุณค่าที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินและผังเมืองโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่นั้นมีความหมายอย่างยิ่งต่อการศึกษารากเหง้าของชุมชนในภูมิภาคนี้
ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเดินทางมาย้อนรอยอดีต และสัมผัสประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ ณ เมืองโบราณพันปีบ้านคูเมือง แหล่งกำเนิดอารยธรรมอันทรงคุณค่าแห่งหนึ่งของลุ่มแม่น้ำภาคกลาง
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองอ่างทอง ใช้เส้นทางมุ่งหน้าสู่อำเภอแสวงหา เมื่อถึงแยกห้วยไผ่ให้เลี้ยวเข้าสู่เขตบ้านคูเมือง โดยใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 3064 เป็นเส้นทางหลัก
รถโดยสารประจำทาง:
- ขึ้นรถโดยสารจากตัวเมืองอ่างทองสายที่ผ่านอำเภอแสวงหา แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่บริเวณบ้านคูเมือง
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่แนะนำ:
- แนะนำให้มาในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น (07:00–09:00 หรือ 16:00–18:00) เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อน เนื่องจากเป็นการชมพื้นที่กลางแจ้ง
การเตรียมตัว:
- ควรเตรียมหมวก ร่ม และสเปรย์กันแมลง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนและคูน้ำธรรมชาติ
การถ่ายภาพ:
- หากมีโดรน (และได้รับอนุญาต) การถ่ายภาพมุมสูงจะทำให้เห็นผังเมืองรูปวงรีและแนวคูเมืองที่ชัดเจนและสวยงามมากที่สุด
การเยี่ยมชม:
- ควรเคารพสถานที่และพื้นที่ส่วนบุคคลของชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบ และไม่ขุดคุ้ยหรือหยิบสิ่งของที่คาดว่าเป็นโบราณวัตถุออกจากพื้นที่
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ฟรี
เวลาทำการ:
-
เปิดให้เข้าชมพื้นที่ภายนอกได้ทุกวัน ตลอดเวลา (แนะนำช่วงที่มีแสงสว่าง)