“ตื่นตาตื่นใจกับปราสาทหินทรายขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องจักรวาลของศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบจารึกสำคัญที่ไขความลับลำดับกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม”
ปราสาทสด๊กก๊อกธม (Sdok Kok Thom Historical Park) เป็นโบราณสถานสำคัญของอารยธรรมเขมรโบราณในประเทศไทย และเป็นแหล่งค้นพบ ศิลาจารึกที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงยิ่ง จากการสำรวจของ หลวงชาญนิคม ได้พบศิลาจารึกสำคัญที่เรียกว่า จารึกสด๊กก๊อกธม 2 ซึ่งเป็นจารึกขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นเสาศิลารูปสี่เหลี่ยม มีอักษรจารึกครบทั้ง 4 ด้าน เขียนด้วยอักษรขอมโบราณ ใช้ภาษาสันสกฤตและภาษาเขมรโบราณ
หลวงชาญนิคมได้จัดทำสำเนาจารึกนี้ไว้ และบันทึกข้อความสำคัญเกี่ยวกับการค้นพบว่า อักษรโบราณดังกล่าวได้คัดลอกมาจากเสาศิลาจารึกที่ตั้งอยู่ด้านหน้าปราสาทสด๊กก๊อกธม ใกล้เขตแดนซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส เสาศิลาจารึกตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของปราสาท มีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม กว้างประมาณ 1 ศอก หนาประมาณ 18 นิ้ว สูงจากพื้นดินราว 3 ศอก และฝังลึกลงไปในดินเป็นระยะใกล้เคียงกัน โดยเมื่อค้นพบพบว่าเสาศิลานั้นเอนอยู่
มีบันทึกเพิ่มเติมว่า ประมาณ 20 ปีก่อนการสำรวจ ฝรั่งเศสเคยส่งคนขุดและใช้ช้างฉุดลากเสาศิลานี้ออกไป แต่ไม่สามารถนำขึ้นได้ จึงปล่อยทิ้งไว้จนถึงเวลาที่หลวงชาญนิคมพบเห็น เห็นว่าเป็นโบราณวัตถุสำคัญ จึงพยายามคัดลอกอักษรลงบนกระดาษฟุลสแก็ปในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2463 อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นยังไม่สามารถแปลความหมายของอักษรทั้งหมดได้ แม้จะให้ผู้รู้ภาษาเขมรโบราณช่วยอ่านก็ตาม
ศิลาจารึกสด๊กก๊อกธม 2 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1595 มีอักษรจารึกทั้ง 4 ด้าน โดยด้านที่ 1 มี 60 บรรทัด ด้านที่ 2 มี 77 บรรทัด ด้านที่ 3 มี 84 บรรทัด และด้านที่ 4 มี 119 บรรทัด จุดประสงค์หลักของการสร้างจารึกนี้คือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าอุทยาทิตยวรมันที่ 2 เนื่องในโอกาสที่ทรงสร้างปราสาทสด๊กก๊อกธมสำเร็จ
เนื้อความในจารึกนอกจากจะกล่าวสรรเสริญพระมหากษัตริย์แล้ว ยังเป็นหลักฐานสำคัญด้านประวัติอารยธรรมและศาสนาในอาณาจักรเขมรโบราณ โดยแสดงให้เห็นระบบความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับศาสนา ซึ่งกษัตริย์ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา และมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้นำทางพิธีกรรม เป็นที่ปรึกษาทางศาสนา และเป็นสื่อกลางระหว่างเทพเจ้ากับกษัตริย์
จารึกยังบันทึกประวัติการสืบสายสกุลของพราหมณ์ผู้ทำหน้าที่ประธานในพิธีเทวราช โดยกำหนดว่าผู้สืบทอดตำแหน่งจะต้องอยู่ในสกุลเดียวกัน และให้ความสำคัญกับสายสืบทอดฝ่ายสตรี ปฐมสกุลพราหมณ์ที่กล่าวถึงคือ แสดงอัญศิวไกวัลย์ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการประกอบพิธีประดิษฐานเทวราชขึ้นเป็นครั้งแรกในอาณาจักรเขมรโบราณ
ด้านผังสถาปัตยกรรม ปราสาทสด๊กก๊อกธมประกอบด้วยปราสาทอิฐ 3 หลัง มีกำแพงศิลา 2 ชั้น และมีคูน้ำล้อมรอบ ภายในยังคงหลงเหลือโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้า ด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกมีวิหารคด และมีบรรณาลัย 2 หลัง โดยปราสาทหลังกลางทำหน้าที่เป็นปรางค์ประธาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15 เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพและประกอบพิธีกรรมตามคติศาสนาฮินดู
ศิลาจารึกสด๊กก๊อกธมทั้ง 2 หลัก ได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์ในระยะยาว
ปราสาทด้านขวามือขององค์ประธานมีลักษณะโดดเด่นด้วยหน้าบันที่จำหลักเป็นรูปพระโพธิสัตว์ประทับนั่งเหนือเกียรติมุข ที่เชิงชายประดับด้วยลวดลายนาคปรก ซุ้มประตูทางเข้าด้านหน้ามีขนาดใหญ่เกือบเทียบเท่าซุ้มประตูของปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ส่วนปราสาทด้านซ้ายและปรางค์ประธานอยู่ในสภาพปรักหักพัง และบริเวณด้านทิศตะวันออกนอกกำแพงยังพบสระน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 200 เมตร และยาวประมาณ 300 เมตร ซึ่งสะท้อนถึงการวางผังศาสนสถานตามคติจักรวาลในอารยธรรมเขมรโบราณ
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าไปทางอรัญประเทศ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 348 และ 3389 ตามป้ายบอกทางอุทยานประวัติศาสตร์
รถโดยสารสาธารณะ:
- นั่งรถประจำทางมาลงที่อำเภออรัญประเทศ แล้วต่อรถรับจ้างหรือเหมารถในพื้นที่เพื่อไปยังปราสาท
คำแนะนำ
ฤดูกาล:
- ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศจะดีที่สุด แสงแดดไม่ร้อนจัดจนเกินไปสำหรับการเดินชมกลางแจ้ง
อุปกรณ์:
- ควรเตรียมร่ม หมวก และแว่นกันแดด เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกลางแจ้งที่มีร่มไม้น้อย
การถ่ายภาพ:
- แสงช่วงเช้า (08:30 - 10:00) จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของลวดลายแกะสลักบนหินทรายได้ชัดเจนที่สุด
วัฒนธรรม:
- เนื่องจากเป็นศาสนสถานเก่าแก่ ควรสำรวมและไม่ปีนป่ายบนตัวปราสาทหรือก้อนหินที่วางเรียงไว้
การวางแผน:
- ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงเพื่อเดินชมให้ทั่ว รวมถึงเข้าชมนิทรรศการในอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 20 บาท, เด็ก เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 16:30 น.