“สัมผัสจุดกำเนิดของตำนานพระแก้วมรกตที่ถูกค้นพบจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าลงพระเจดีย์ กราบสักการะพระหยกเชียงรายในหอไม้สักทอง และชื่นชมศิลปะล้านนาที่วิจิตรตระการตาท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ”
วัดพระแก้ว (Phra Kaew Temple) มีเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่โด่งดังที่สุดของวัดแห่งนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1977 ซึ่งในขณะนั้นวัดแห่งนี้ยังมีชื่อเดิมว่า วัดป่าญะ (วัดป่าไผ่) ในคืนที่ฝนตกหนักได้เกิดเหตุการณ์ ฟ้าผ่า ลงมาที่พระเจดีย์องค์เก่าแก่ภายในวัดจนพังทลายลงมา แรงฟ้าผ่าทำให้องค์พระพุทธรูปปูนปั้นที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์ตกลงมาด้วย และปูนที่พอกอยู่บริเวณพระนาสิก (จมูก) ได้กะเทาะออก เผยให้เห็นเนื้อหินสีเขียวสดใสอยู่ภายใน เจ้าอาวาสในขณะนั้นจึงได้ลองกะเทาะปูนออกจนหมด และพบว่าเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหยกสีเขียวมรกตทั้งองค์ ซึ่งก็คือ พระแก้วมรกต ที่คนไทยเคารพบูชาที่สุดในปัจจุบัน
แม้ว่าต่อมาองค์พระแก้วมรกตจะถูกอัญเชิญไปประดิษฐานยังเมืองต่างๆ จนกระทั่งมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่วัดพระแก้ว เชียงราย ยังคงเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในฐานะ จุดเริ่มต้น ปัจจุบันภายในวัดได้จัดสร้าง พระหยกเชียงราย หรือ พระพุทธรัตนากรนวุตติวัสสานุสรณ์มงคล ขึ้นมาเพื่อเป็นองค์แทน โดยแกะสลักจากหยกคุณภาพสูงจากประเทศแคนาดาที่มีสีใกล้เคียงกับองค์จริงที่สุด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้รำลึกถึงตำนานในสถานที่จริง
ความโดดเด่นทางศิลปกรรมของวัดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ตำนานเท่านั้น แต่ยังมี หอพระหยก อาคารไม้สักทองทรงล้านนาโบราณที่วิจิตรบรรจง ภายในตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังลายคำที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของพระแก้วมรกตจากเชียงรายไปทั่วแผ่นดินไทย นอกจากนี้ยังมี พระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยที่สวยงามที่สุดองค์หนึ่งในล้านนา ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถไม้ที่ตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักที่ประณีตในทุกรายละเอียด
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ โฮงหลวงแสงแก้ว อาคารพิพิธภัณฑ์ทรงล้านนาประยุกต์ที่เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุและงานศิลปะทรงคุณค่าของเชียงราย ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ของวัดและพระแก้วมรกตอย่างเป็นระบบ บรรยากาศโดยรอบของวัดยังเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น สวนป่าที่จัดแต่งอย่างสวยงามช่วยให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมรู้สึกถึงความสงบทางจิตใจ
การมาเยือนวัดพระแก้ว เชียงราย จึงไม่ใช่แค่การมาเที่ยวชมความงามของสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นการเดินทางมาสัมผัสกับพลังแห่งศรัทธาและปาฏิหาริย์ที่เริ่มต้นจากฟ้าผ่าในคืนนั้น ทุกก้อนอิฐในพระเจดีย์และทุกงานแกะสลักบนหน้าบันไม้ ล้วนสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมล้านนาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ทำให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่รวมเอาหัวใจของประวัติศาสตร์และศิลปะของเชียงรายไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
วิธีการเดินทาง
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว:
-
จากหอนาฬิกาเชียงราย: มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกตามถนนบรรพปราการ ผ่านสี่แยกประตูเชียงใหม่ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนไตรรัตน์ที่สี่แยกศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ขับตรงไปอีกประมาณ 200 เมตร วัดจะตั้งอยู่ทางขวามือ มีลานจอดรถภายในวัดรองรับได้พอสมควร
-
จากห้าแยกพ่อขุนเม็งราย: ใช้ถนนพหลโยธินสายเก่ามุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เลี้ยวขวาเข้าถนนสิงหไคล (ผ่านหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนไตรรัตน์ที่วงเวียนวัดกลางเวียง ขับตรงมาอีกเล็กน้อยจะถึงวัดทางซ้ายมือ
การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ:
-
รถตุ๊กตุ๊ก/สามล้อถีบ: เป็นวิธีที่นิยมที่สุดสำหรับการชมเมืองเก่า แจ้งปลายทาง "วัดพระแก้ว" อัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 40-60 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางในตัวเมือง
-
รถสองแถว (รถเมล์ขาว): ที่วิ่งรอบเมืองสามารถลงที่ป้ายใกล้ศาลากลางจังหวัดหลังเก่าแล้วเดินต่อเพียง 3-5 นาที
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: 08:30 – 10:30 น. เพื่อเดินชมหอพระหยกและพิพิธภัณฑ์ในขณะที่อากาศยังเย็นสบายและแสงแดดส่องกระทบไม้สักทองสวยงามที่สุด
-
จุดสังเกตสำคัญ: พระเจดีย์องค์หลักที่อยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ซึ่งเป็นจุดที่มีการบูรณะครอบจุดเดิมที่ฟ้าผ่าลงมาตามตำนาน
-
มุมถ่ายภาพ: บริเวณด้านหน้าหอพระหยกไม้สักทอง เป็นจุดที่เห็นสถาปัตยกรรมล้านนาที่ชัดเจนและสวยงามมาก
-
ระเบียบการแต่งกาย: เนื่องจากเป็นวัดที่มีความสำคัญสูงสุดในจังหวัด ควรแต่งกายสุภาพ (ผู้หญิงควรสวมกางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า และเสื้อมีแขน)
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน 07:00 – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53