“บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ชายหาดสวยงามด้วยโขดหินและน้ำใส สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพื้นเมืองที่เรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายอย่างแท้จริง”
เกาะปู (Koh Pu) หรือที่มักถูกเรียกควบรวมกับเกาะจำ เป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะที่มีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์มากกว่าส่วนอื่นของเกาะ พื้นที่บริเวณนี้ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเกาะ โดยมีจุดสูงสุดคือ "เขาลูโบ" ซึ่งเป็นภูเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงสภาพป่าไม้ที่เขียวขจีสลับกับสวนยางพาราและสวนมะพร้าวของชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้เกาะปูมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบกว่าเกาะอื่นๆ ในจังหวัดกระบี่ ความงามของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่หาดทรายขาวละเอียดเหมือนเกาะพีพี แต่อยู่ที่ความเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์และวิถีชีวิตดั้งเดิมที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
ชายหาดทางฝั่งตะวันตกของเกาะปู เช่น หาดลูโบ หรือหาดตอนเหนือสุด มีเอกลักษณ์สำคัญคือโขดหินรูปทรงแปลกตาที่กระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง เมื่อเวลาน้ำลดจะปรากฏเป็นสระน้ำเล็กๆ ระหว่างโขดหินซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปูนานาชนิด อันเป็นที่มาของชื่อเกาะปู น้ำทะเลบริเวณนี้มีความใสสะอาดและมีสีมรกตในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมายังเกาะนี้มักเป็นกลุ่มที่รักความสงบและต้องการใช้ชีวิตช้าๆ กิจกรรมหลักจึงเป็นการเดินป่าขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาลูโบเพื่อมองเห็นทัศนียภาพของท้องทะเลอันดามันแบบมุมกว้าง หรือการปั่นจักรยานสำรวจรอบเกาะเพื่อทำความรู้จักกับชุมชนชาวประมง
วัฒนธรรมและชุมชนบนเกาะปูเป็นแบบพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และกลุ่มชาวเล (อูรักลาโว้ย) วิถีชีวิตของชาวบ้านยังคงผูกพันกับการทำประมงพื้นบ้านและการเกษตรเป็นหลัก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพเรือหางยาวจอดเรียงรายอยู่ริมชายฝั่ง และการตากปลาหรือซ่อมแหหน้าบ้านไม้แบบโบราณ ความเรียบง่ายนี้เองที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจผู้คนจากทั่วโลกให้กลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ไม่มีความแออัดเหมือนแหล่งท่องเที่ยวหลักอื่นๆ ทำให้เกาะปูเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ
วิธีการเดินทาง
- สามารถขึ้นเรือโดยสารได้จากท่าเรือคลองจิหลาด (ตัวเมืองกระบี่) หรือท่าเรือแหลมหิน (อ.เหนือคลอง) โดยใช้เรือหางยาวหรือเรือโดยสารประจำทางที่วิ่งระหว่างกระบี่-เกาะลันตา ซึ่งจะมีการจอดส่งผู้โดยสารกลางทะเลเพื่อต่อเรือหางยาวเข้าสู่ตัวเกาะ
คำแนะนำ
-
ควรจองที่พักล่วงหน้าหากเดินทางในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (พฤศจิกายน - เมษายน)
-
พกยาทากันยุงและแมลงติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินป่าหรือนั่งเล่นริมชายหาดตอนเย็น
-
เช็กตารางเรือโดยสารล่วงหน้าเนื่องจากรอบเรืออาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและฤดูกาล
-
เช่ารถจักรยานยนต์หรือจักรยานเพื่อความสะดวกในการสำรวจเส้นทางรอบเกาะที่ลาดชัน
-
เตรียมชุดเดินป่าและรองเท้าที่ยึดเกาะได้ดีหากต้องการพิชิตยอดเขาลูโบ
ค่าเข้าชม:
- ฟรีไม่มีค่าเข้าชมสภานที่
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับตารางเดินเรือ)