“วัดหงษ์ทอง หรือ วัดกลางน้ำ บริเวณพื้นที่ชายทะเลที่เป็นป่าชายเลน ชายฝั่งไปยังพระธาตุคงคามหาเจดีย์ปรีชาประภากร ปราชญ์ ศรนิล อนุสรณ์ และอุโบสถซึ่งอยู่ในทะเล เจดีย์มี 5 ชั้น ”

ความเป็นมาของวัดหงษ์ทอง 

ย้อนอดีตให้ฟังถึงความเป็นมาที่สิ่งปลูกสร้างสำคัญของวัดล้วนปลูกสร้างอยู่  "ในทะเล" จนถือเป็น "UNSEEN  ของแปดริ้ว" ว่า เมื่อถึงวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา ชาวบ้านหงษ์ทองต้องเดินลุยโคลนสูงท่วมเข่า ลุยป่าชายเลนไปทำบุญที่วัด ซึ่งอยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร เมื่อ พ.ศ. 2510 หลวงปู่ปานวัดคลองด่าน ได้เริ่มตั้งสำนักสงฆ์ขึ้น ณ ที่ตั้งวัดปัจจุบันนี้ โดย กำนันสนใจ ภิญโญ บอกยกที่ดินให้วัดด้วยปากเปล่า เพื่อชาวบ้านจะได้ประกอบศาสนกิจได้สะดวกขึ้น 

ต่อมา มีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมารวบรวมซื้อที่ดินละแวกคลองหงษ์ทองและคลองขุดจากชาวบ้าน ที่ดินตรงนี้ถูกขายไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2522 นายปราชญ์ ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านขณะนั้นพระอาจารย์โพธิ์ วรธรรมโม (แก้วขาว)เป็นหัวหน้าสำนักสงฆ์ ผู้ใหญ่ปราชญ์ ศรนิล ได้เป็นกำลังสำคัญทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชาวบ้านและสำนักสงฆ์ไปเจรจาขอซื้อที่ดินบริเวณที่ตั้งสำนักสงฆ์ 21 ไร่ 2 งาน จากบริษัทเอกชนรายดังกล่าว

จนบริษัทยอมขายให้ในราคา 120,000 บาท โดยขอเวลาผ่อนชำระ 3 ปี ซึ่งกว่าจะชำระเงินได้ครบถ้วน ผู้ใหญ่ปราชญ์ ต้องวิ่งเต้นประสานงาน และประสานความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านเป็นอย่างมาก ในช่วงปี 2522 - 2527 นี่เอง ที่ได้พัฒนาสำนักสงฆ์จนเป็นวัดแต่แรกจะตั้งชื่อว่าวัดพระปฐมหลวงปู่ปานอุปถัมภ์ แต่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแนะนำให้ใช้ชื่อ "หงษ์ทอง" ตามชื่อคลอง "คลองวัดหงษ์ทอง" จึงเป็นวัดโดยสมบูรณ์นับจากนั้นมา โดยกล่าวได้ว่า ผู้ใหญ่ปราชญ์ ศรนิล เป็นฆราวาสคนสำคัญในการฝ่าฟันอุปสรรค บุกเบิกสร้างวัดนี้มากับมือ

ในปีพ.ศ.2526 ขณะที่ผู้ใหญ่ปราชญ์ ศรนิล อายุได้ 57 ปี ได้ตัดสินใจอุปสมบท จากนั้นก็กราบลาเจ้าอาวาสออกธุดงค์เป็นเวลา 6 ปี เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพ ชาวบ้านได้นิมนต์ให้ท่านกลับมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสนับแต่นั้นมา ปัจจุบันท่านมีสมณศักดิ์เป็น พระครูปรีชาประภากร พระอธิการปราชญ์ ปภากโร

บูรณะพัฒนาวัดหงษ์ทอง - ศาสนสถานในทะเล

เมื่อมารับตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านพบว่าที่ดินของวัดถูกน้ำทะเลกัดเซาะ จาก 21 ไร่เศษ เหลือเพียง 8 ไร่ จึงเร่งบูรณะพัฒนาวัดทั้งด้านสถานที่และระเบียบวินัย เริ่มจากการทำเขื่อนยุติปัญหาน้ำเซาะที่ดินซึ่งในระยะแรกท่านต้องลงแรงทำด้วยตัวเอง ปรับปรุงทางคมนาคมเข้าวัดและหมู่บ้านให้มีความสะดวก ด้านกฎระเบียบท่านห้ามจัดมหรสพ ห้ามเล่นการพนัน เสพของมึนเมา ภายในบริเวณวัด เคร่งครัดในการปกครองสงฆ์ห้ามออกเรี่ยไรชาวบ้าน

หลังจากนั้นท่านได้ก่อสร้างถาวรวัตถุของวัดในอาณาบริเวณเดิมซึ่งที่ดินถูกกัดเซาะลงทะเลไป สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จึงเสมือนปลูกสร้างอยู่ในทะเล ทว่าล้วนตั้งอยู่ในพิกัดโฉนดที่ดินของวัดทั้งสิ้นสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ประกอบด้วย  

ศูนย์พัฒนาจิต ศาลาปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ศรนิลอนุสรณ์  
สร้างเมื่อปี 2527 - 2541 กว้าง 18 วา ยาว 30 วา ซึ่งปัจจัยทั้งหมดได้มาจากการบริจาคด้วยความศรัทธาของผู้ใจบุญซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนร่วมสร้างถวายเป็นพระราชกุศล เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในปีกาญจนภิเษก ฉลองศิริราชสมบัติครบ 50 ปี

 พระธาตุคงคามหาเจดีย์ ปรีชาประภากร ปราชญ์  ศรนิล อนุสรณ์ 

สร้างขึ้นในปี 2542 พระธาตุคงคามหาเจดีย์ ฯ มีด้วยกัน 3 ชั้น แต่ละชั้นจะมีภาพวาดฝาผนังแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาพุสนา เช่นภาพพุทธประวัติภาพพระโพธิสัตว์ปางอวตารต่างๆ  ภาพวาดพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์  นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่ป็นที่เคารพสักการะ ที่สำคัญที่สุดคือบนชั้นสามของพระธาตุฯ เป็นที่บรรจุพระธาตุพระอรหันต์ในทะเลแห่งแรกของโลกทางขวาของพระธาตุเป็นสิ่งก่อสร้างล่าสุดของวัดคือ พระอุโบสถ ซึ่งก่อสร้างในปี 2548 แล้วเสร็จปี 2550 ภายในมีภาพเขียนจิตกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวพุทธประวัติอย่างสวยงาม

ด้านหลังของพระธาตุคงคามหาเจดีย์ มีเรือรบจำลอง และรูปหล่อพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เด่นเป็นสง่าหันหน้าออกปากอ่าว สิ่งก่อสร้างทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนสร้างอยู่กลางทะเลทั้งสิ้น โดยสามารถเดินจากเขื่อนของวัดมาตามสะพานคอตกรีตที่ทอดยาวไปในทะเล ก็จะผ่านศาลา ด้านหลังศาลามีสะพานคอนกรีตยาว ช่วงแรกของสะพานประดับด้วยพญานาค เมื่อเดินไปสุดสะพานจะถึงพระธาตุ  และพระอุโบสถ หลังพระธาตุถึงลานประดิษฐานรูปหล่อของกรมหลวงชุมพรฯจะมีสะพานทอดยาวยื่นออกไปในทะเลอีก สามารถเทียบเรือแล้ว  ยังใช้เป็นจุดชมทิวทัศน์ท้องทะเลยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้เป็นอย่างดี

เดิมทีวัดหงษ์ทองไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จนเมื่อปี 2541 ศาลากลางน้ำสร้างเสร็จพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวก็เริ่มรู้จักที่นี่  แต่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักมาจากถิ่นอื่น  ทั้งจาก  กรุงเทพ ฯ เหนือ ใต้  อีสาน โดยส่วนเฉพาะชาวประมงจากสมุทรปราการ  นิยมมานมัสการพระธาตุกันมาก  เนื่องจากเป็นพระธาตุที่สร้างในทะเลชาวประมงมีอาชีพหากินอยู่กับทะเล จึงมากราบไหว้เพื่อความเป็นศิริมงคลและบอกต่อๆ กันไป สำหรับชาวแปดริ้วนั้นยังไม่ค่อยรู้จักวัดนี้มากนัก

โดยเจ้าอาวาสบอกว่า ต้นเดือนเมษายนของทุกปีจะเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนมาบวชเนกขัมมะ(ชีพราหมณ์) ที่วัดปีนี้จัดระหว่างวันที่ 5 - 10 เมษายน  รับผู้สนใจทุกเพศทุกวัย 400 คน ผู้สนใจสามารถแสดงความจำนงได้ที่วัด  


วัดหงษ์ทอง

แชร์

ตำบล สองคลอง อำเภอ บางปะกง ฉะเชิงเทรา 24130 แผนที่

รีวิว 0 รายการ | ศิลปะวัฒนธรรม,ท่องเที่ยว,วัด,สถานที่,วัด

ปิด

จ.6.00 - 18.00
อ.6.00 - 18.00
พ.6.00 - 18.00
พฤ.6.00 - 18.00
ศ.6.00 - 18.00
ส.6.00 - 18.00
อา.6.00 - 18.00

0-38528367

2781

ทริปของคุณ

ลบออก

รีวิวทั้งหมด

(รีวิว 0 รายการ)

ร้านอาหารใกล้เคียง

ครัวบ้านทวี ครัวบ้านทวี (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.27 กิโลเมตร