“พระมหาธาตุเจดีย์สีทองอร่ามสูงสง่าจำลองแบบพุทธคยา ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตร รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยที่งดงามและเงียบสงบอย่างยิ่งระดับแลนด์มาร์คสำคัญของกระบี่ ”
วัดมหาธาตุวชิรมงคล (Wat Mahathat Wachiramongkol) หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม "วัดบางโทง" เป็นสังฆารามที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของจังหวัดกระบี่และพุทธศาสนิกชนชาวไทย เดิมทีวัดแห่งนี้มีฐานะเป็นเพียงวัดราษฎร์ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2483 บนพื้นที่บริจาคของชาวบ้านนามว่านายพุฒ ดำพันธ์ ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2545 เมื่อประชาชนและคณะสงฆ์มีจิตศรัทธาร่วมกันพัฒนาวัดเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคล จึงได้รับพระราชทานนามปัจจุบันจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ความโดดเด่นสูงสุดของวัดคือ "พระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ" ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสีทองอร่ามที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในประเทศอินเดีย โดยมีความสูงถึง 95 เมตร ถือเป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย
โครงสร้างของพระมหาธาตุเจดีย์สะท้อนถึงงานวิศวกรรมที่ผสมผสานกับศิลปกรรมพุทธศิลป์อย่างลงตัว บริเวณฐานและผนังภายนอกถูกประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นที่ประณีตงวดงาม บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของศิลปะไทยสมัยใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์แบบโบราณ ภายในองค์เจดีย์เป็นโถงกว้างที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของพุทธบริษัท ผนังภายในถูกรังสรรค์ด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติที่ใช้เทคนิคการวาดภาพอันทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความสงบนิ่งและน่าเลื่อมใส นอกจากพระมหาธาตุเจดีย์แล้ว ภายในบริเวณวัดยังมี "พระพุทธมหาธาตุวชิรมงคล" พระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 9 เมตร 9 นิ้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่หล่อด้วยโลหะอย่างวิจิตรบรรจงประดิษฐานเด่นเป็นสง่าอยู่ภายนอก
สถาปัตยกรรมรอบองค์เจดีย์ถูกออกแบบเป็นระเบียงคดที่ล้อมรอบทั้งสี่ทิศ ภายในระเบียงประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ จำนวนมากที่สร้างขึ้นตามพุทธลักษณะที่งดงาม บริเวณโดยรอบวัดยังมีการจัดภูมิสถาปัตยกรรมอย่างเป็นระเบียบ มีพื้นที่สวนที่ร่มรื่นและเงียบสงบซึ่งเอื้อต่อการทำสมาธิและการเจริญภาวนา วัดมหาธาตุวชิรมงคลจึงมิได้เป็นเพียงแค่จุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในฐานะวัดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไทยเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการศึกษาพระธรรมและเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดีที่พสกนิกรชาวกระบี่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป
วิธีการเดินทาง
- ตั้งอยู่ริมถนนสายอ่าวลึก-ทับปุด (ทางหลวงหมายเลข 415) ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 60-70 กิโลเมตร หากเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้ใช้เส้นทางไปอำเภออ่าวลึก เมื่อถึงสามแยกนาเหนือให้เลี้ยวไปทางจังหวัดพังงา (ทางหลวง 415) วัดจะอยู่ทางขวามือ
คำแนะนำ
-
ควรแต่งกายสุภาพปกปิดไหล่และหัวเข่าเพื่อเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
-
แนะนำให้เดินทางมาถึงในช่วงเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและแสงแดดจัด
-
เตรียมร่มหรือหมวกมาด้วยเนื่องจากพื้นที่ลานกว้างระหว่างอาคารมีร่มเงาค่อนข้างน้อย
-
จุดถ่ายรูปที่ดีที่สุดคือบริเวณลานหน้าเจดีย์ซึ่งจะเห็นองค์เจดีย์สีทองตัดกับขอบฟ้าชัดเจน
-
ควรถอดรองเท้าและจัดวางให้เป็นระเบียบก่อนเข้าสู่ภายในองค์พระมหาธาตุเจดีย์
ค่าเข้าชม:
- คนไทยเข้าชมฟรี (สำหรับชาวต่างชาติอาจมีค่าธรรมเนียมบำรุงสถานที่ประมาณ 50 บาท)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น.