“ตื่นตากับคอลเลกชัน "กริช" ศาสตราวุธโบราณที่สะท้อนยศถาบรรดาศักดิ์ ชมเครื่องปั้นดินเผายุคลังกาสุกะที่หาดูยาก”
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร (Khun Laharn Local Museum) แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 โดย นายรัศมินทร์ นิติธรรม (ผู้ใหญ่มิง) ซึ่งมีแนวคิดในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมมลายูที่กำลังจะสูญหายไป ชื่อ "ขุนละหาร" เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านและสะท้อนถึงประวัติศาสตร์การปกครองในอดีต พิพิธภัณฑ์เริ่มต้นจากการเก็บสะสมของใช้ส่วนตัวและของบรรพบุรุษ จนขยายตัวเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับภูมิภาค โดยได้รับความร่วมมือจาก "มิวเซียมสยาม" ในการพัฒนาให้เป็น "พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต้นแบบ" ที่เน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) ให้ดูน่าสนใจและเข้าถึงง่าย
ตัวอาคารดัดแปลงมาจากบ้านพักอาศัยดั้งเดิมของครอบครัวนิติธรรม ซึ่งเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูงตามแบบฉบับบ้านไทยมลายูโบราณ พื้นที่ภายในถูกแบ่งออกเป็นนิทรรศการถึง 11 ห้อง (หรือ 6 โซนหลักในบางการจัดลำดับ) ที่น่าสนใจ ได้แก่:
- ห้องภูมิหลัง: ไฮไลท์สำคัญที่จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาและวัตถุโบราณตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์และสมัยลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณที่เคยรุ่งเรืองในแถบนี้
- ห้องศาสตราวุธ: จัดแสดง "กริช" (Kris) หลากหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงอาวุธ แต่เป็นเครื่องบ่งบอกฐานะและจิตวิญญาณของผู้ครอบครอง รวมถึงดาบและอาวุธโบราณอื่นๆ
- ห้องสายน้ำ: นำเสนอวิถีชีวิตการทำประมงทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มของชาวมลายู จัดแสดงอุปกรณ์จับสัตว์น้ำที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ห้องเครื่องใช้ไม้สอย: รวมเครื่องทองเหลือง ภาชนะ เครื่องครัว และเครื่องจักสานที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวมลายูในอดีต
- ห้องนันทนาการและพิธีกรรม: จัดแสดงอุปกรณ์การเล่นดั้งเดิม เช่น ที่ดักนกคุ่ม กรงตั๊กแตน รวมถึงชุดการแสดงนาฏศิลป์ "มะโย่ง" และเครื่องดนตรีท้องถิ่น
ที่นี่ไม่ได้มีเพียงของวางโชว์ แต่เป็นพื้นที่กิจกรรมจริง มีการฝึกสอนศิลปะป้องกันตัว "ซีละ" และการรำ "ตารีอีนา" ให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชนช่วงปิดเทอม
มีการนำแอปพลิเคชันมาใช้เพื่อให้ผู้ชมสามารถส่องกล้องผ่านมือถือเพื่อดูรายละเอียดวัตถุโบราณในรูปแบบเสมือนจริง 360 องศา ช่วยให้การเรียนรู้สนุกและทันสมัยมากขึ้น
พิพิธภัณฑ์ยังเป็นศูนย์กลางในการนำเอกลักษณ์ดั้งเดิมมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก เพื่อสร้างรายได้และอาชีพให้กับคนในชุมชนบ้านละหารอย่างยั่งยืน
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: เดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสไปตามทางหลวงหมายเลข 42 (นราธิวาส-ปัตตานี) มุ่งหน้าสู่อำเภอยี่งอ พิพิธภัณฑ์จะอยู่ติดริมถนนใหญ่ที่บ้านกาเด็ง ตำบลละหาร สังเกตป้ายชื่อขนาดใหญ่และการตกแต่งอาคารไม้ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์
- รถสาธารณะ: สามารถนั่งรถตู้สาย นราธิวาส-ปัตตานี หรือ นราธิวาส-หาดใหญ่ แจ้งคนขับว่าลงที่ "พิพิธภัณฑ์ขุนละหาร ยี่งอ" สถานที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่เดินเข้าถึงได้ทันที
คำแนะนำ
- หากต้องการผู้บรรยาย (โดยเฉพาะผู้ใหญ่มิงผู้ก่อตั้ง) ควรติดต่อล่วงหน้าเพื่อรับฟังข้อมูลเชิงลึกที่หาจากที่ไหนไม่ได้
- สามารถถ่ายภาพได้ในจุดที่กำหนด และควรระมัดระวังวัตถุจัดแสดงที่เป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ
- แนะนำให้ใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อศึกษาข้อมูลผ่านสื่อมัลติมีเดียและเดินชมให้ครบทุกห้อง
- สามารถเชื่อมโยงการเดินทางไปชม มัสยิด 300 ปี (ตะโละมาเนาะ) ซึ่งอยู่ในอำเภอบาเจาะ ห่างไปเพียงประมาณ 15-20 นาที
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชม (สามารถร่วมบริจาคเพื่อการบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์ได้ตามกำลังศรัทธา)
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทำการทุกวัน เวลา 09:00 – 16:00 น.