“ตื่นตากับดอกทานตะวันขนาดใหญ่พิเศษ (พันธุ์แปซิฟิก) กว่า 10,000 ต้น ที่พร้อมใจกันบานสีเหลืองอร่ามเต็มพื้นที่ ชูคอรับแสงแดดอย่างหนาแน่น”
ไร่นาตาลี ทุ่งทานตะวัน (Natalee Farm Sunflower Field) ถือเป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่สำคัญของอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยเกิดจากแนวคิดของเทศบาลในการพัฒนาพื้นที่รกร้างริมอ่างเก็บน้ำ “บึงกุย” ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัด เพื่อสร้างจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนควบคู่กันไปเดิมพื้นที่บริเวณริมบึงกุยเป็นเพียงพื้นที่โล่งริมถนนสายหลักมหาสารคาม–โกสุมพิสัย ซึ่งมีศักยภาพด้านภูมิทัศน์อยู่แล้ว เพราะเป็นพื้นที่เปิดกว้างติดแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว เทศบาลจึงเริ่มทดลองปลูกดอกทานตะวันเพื่อสร้างสีสันให้พื้นที่ ก่อนจะพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นทุ่งทานตะวันขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน
จุดเด่นสำคัญของที่นี่คือการเลือกใช้ “ทานตะวันพันธุ์แปซิฟิก” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดอกใหญ่ ก้านสูง แข็งแรง และให้สีเหลืองสดกว่าพันธุ์ทั่วไป เมื่อต้นโตเต็มที่ ดอกจะมีขนาดใหญ่เกือบเท่าหน้าและสูงกว่าระดับศีรษะของผู้ใหญ่ ทำให้เวลาถ่ายภาพจะได้บรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางทะเลดอกไม้สีทองขนาดยักษ์ โดยในแต่ละฤดูกาลจะมีการปลูกมากกว่า 10,000 ต้น เรียงตัวเป็นแปลงขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ริมบึงอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากทุ่งทานตะวันทั่วไป คือการอยู่คู่กับแลนด์มาร์ก “สะดืออีสาน” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงจุดกึ่งกลางทางภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นักภูมิศาสตร์และหน่วยงานท้องถิ่นได้คำนวณพิกัดกึ่งกลางของภาคอีสานไว้บริเวณอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยจุดศูนย์กลางจริงจะอยู่บริเวณบ้านเขวา ตำบลเหล่า ก่อนมีการสร้างจุดเช็กอินและป้ายสัญลักษณ์สำหรับนักท่องเที่ยวไว้บริเวณบึงกุยเพื่อให้เข้าถึงได้สะดวกมากขึ้น
พื้นที่ บึงกุย เองยังมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนในฐานะแหล่งน้ำสาธารณะและแหล่งประมงพื้นบ้านของชาวโกสุมพิสัยมาช้านาน รอบบึงมีบรรยากาศโปร่งสบาย ลมพัดเย็นตลอดวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นจะมีชาวบ้านออกมาพักผ่อน ออกกำลังกาย ตกปลา และนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก ทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาล แต่ยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมพักผ่อนของคนในท้องถิ่นด้วยในช่วงที่ดอกทานตะวันบานเต็มที่ บริเวณงานจะมีการจัดซุ้มถ่ายภาพ มุมตกแต่งธีมชนบทอีสาน สวนการ์ตูน และร้านค้าชุมชนจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าโอทอป ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ อาหารพื้นบ้าน และของฝากจากชาวมหาสารคามได้โดยตรง ซึ่งช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนรอบบึงกุยอย่างมากในช่วงฤดูท่องเที่ยว
บรรยากาศของทุ่งทานตะวันจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะดอกทานตะวันจะหันหน้ารับแสงอาทิตย์พร้อมกัน เกิดเป็นภาพสีเหลืองสดตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนอย่างสวยงาม ส่วนช่วงเย็นจะโดดเด่นด้วยแสงสีทองของพระอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำบึงกุย ให้บรรยากาศโรแมนติกและเหมาะกับการถ่ายภาพแนวธรรมชาติแม้ว่าทุ่งทานตะวันแห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมฟรี แต่ชุมชนมีการดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทางเดิน จุดพักผ่อน จุดจอดรถ และการรักษาความสะอาด เพื่อให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมากในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้ปัจจุบัน “ทุ่งทานตะวัน บึงกุย” กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กฤดูหนาวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม และเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพทั่วภาคอีสาน
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: จากตัวเมืองมหาสารคาม ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 208 (ถนนสายมหาสารคาม - โกสุมพิสัย) มุ่งหน้าไปยังอำเภอโกสุมพิสัย ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ทุ่งทานตะวันจะตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ทางฝั่งซ้ายมือก่อนจะเข้าถึงตัวเมืองอำเภอโกสุมพิสัยประมาณ 3 กิโลเมตร สังเกตเห็นบึงน้ำขนาดใหญ่และสีเหลืองของดอกทานตะวันได้อย่างชัดเจน
คำแนะนำ
- เที่ยวสวยสุดช่วง ธ.ค. – ม.ค.
- ถ่ายรูปแนะนำเวลา 08:00 – 10:00 น.
- ช่วงเย็นวิวพระอาทิตย์ตกสวยมาก
- ควรพกหมวกหรือร่มกันแดด
- แวะเที่ยว วนอุทยานโกสัมพี ได้ต่อใกล้ๆ
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าบริการ (อาจมีค่าบำรุงสถานที่หรือค่ากิจกรรมหยอดเหรียญตามซุ้มถ่ายภาพของชุมชนเล็กน้อย)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (แต่แนะนำให้มาชมในช่วงที่มีแสงสว่าง ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:30 น.)