“เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของลิงจมูกยาว ช้างป่าบอร์เนียว จระเข้ นกเงือกหลายสายพันธุ์ และสัตว์หายากอื่นๆที่สามารถชมได้ระหว่างการล่องเรือในแม่น้ำ”
แม่น้ำกินาบาตัง ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองสัตว์ป่า เป็นแม่น้ำสายยาวกว่า 560 กิโลเมตร แต่บริเวณซูเกา ซึ่งเป็นพื้นที่ปากแม่น้ำและที่ราบน้ำท่วมถึง คือจุดศูนย์กลางของกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่นี่เป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีความเข้มข้นทางชีวภาพสูงที่สุดในโลก และถูกเรียกว่า "ทางเดินชีวิต" เพราะสัตว์ป่าจำนวนมากใช้พื้นที่ริมน้ำแคบ ๆ แห่งนี้ในการดำรงชีวิตและเคลื่อนย้าย
แม่น้ำกีนาบาตังงันเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในรัฐซาบาห์ มีความยาวกว่า 560 กิโลเมตร ไหลผ่านผืนป่าดิบชื้น ป่าพรุ และพื้นที่ชุ่มน้ำที่ถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเกาะบอร์เนียว พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหายากกว่า 200 ชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และพืชพันธุ์พื้นถิ่นจำนวนมาก
กิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่คือการ ล่องเรือชมสัตว์ป่า โดยจะมีบริการทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่สัตว์ออกมาหากินมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถเห็นลิงจมูกยาวที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ริมฝั่ง ช้างป่าบอร์เนียวฝูงเล็กที่ออกมาหากินในพื้นที่เปิด รวมถึงจระเข้บอร์เนียวที่นอนอาบแดดบนตลิ่งและนกเงือกที่บินข้ามป่าอย่างงดงาม
ในบริเวณรอบแม่น้ำยังมีที่พักแนว รีสอร์ตเชิงอนุรักษ์หลายแห่ง เช่น Sukau Rainforest Lodge, Kinabatangan Riverside Lodge และ Bilit Adventure Lodge ซึ่งออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติและเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า การจัดการน้ำเสีย และการใช้พลังงานหมุนเวียนในชุมชนท้องถิ่นได้จากกิจกรรมที่รีสอร์ตจัดไว้
นอกจากนี้ หมู่บ้านซูกาวเองยังเป็นตัวอย่างของชุมชนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ชาวบ้านหลายคนทำงานเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวและผู้จัดเรือพายขนาดเล็กให้บริการนักท่องเที่ยว โดยรายได้ส่วนหนึ่งถูกนำกลับมาพัฒนาชุมชนและสนับสนุนโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่า เช่น โครงการช่วยเหลือช้างบอร์เนียวและการปลูกป่าฟื้นฟูริมแม่น้ำ
ในช่วงกลางคืน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการล่องเรือกลางคืน หรือการเดินป่าตอนกลางคืน เพื่อสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของป่าดิบชื้น ฟังเสียงกบร้อง เสียงจิ้งหรีด และชมแมลงเรืองแสงที่ประดับอยู่ตามต้นไม้ ซึ่งให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง
โดยรวมแล้ว การมาเยือนแม่น้ำกีนาบาตังงันไม่เพียงแต่เป็นการเดินทางเพื่อชมความงามของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ ระบบนิเวศ และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในพื้นที่ที่มีความสำคัญระดับโลกด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
วิธีการเดินทาง
เครื่องบิน:
- บินไปยังสนามบินซันดากัน (Sandakan Airport - SDK) จากโคตาคินาบาลู (KK) หรือกัวลาลัมเปอร์ (KL)
รถรับส่ง:
- ลอร์ดจ์ส่วนใหญ่จะจัดรถรับส่ง (Road Transfer) จากสนามบินซันดากันไปยังซูเกา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมง)
คำแนะนำ
ชุดกันฝน/กันน้ำ:
- เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันฝนให้พร้อม เนื่องจากฝนสามารถตกได้ทุกเมื่อ
กล้องส่องทางไกล (Binoculars):
- สิ่งจำเป็นสำหรับในการส่องชมลิงและนกที่อยู่ไกลออกไป
ชุดสีเข้ม/น้ำตาล:
- เพื่อพรางตัวในการชมสัตว์ป่า และควรใช้ยากันยุงหรือแมลงอย่างสม่ำเสมอ
การจองแพ็กเกจ:
- แนะนำให้จองแพ็กเกจ 2 คืน 3 วัน เป็นอย่างน้อย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเจอสัตว์ป่าที่หลากหลาย
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชมพื้นที่แม่น้ำโดยตรง แต่มีค่าธรรมเนียมการจัดการพื้นที่คุ้มครอง และค่าใบอนุญาตถ่ายภาพ ซึ่งจะถูกรวมอยู่แล้วในแพ็กเกจทัวร์ของลอร์ดจ์ต่าง ๆ ราคาแพ็กเกจมักจะเริ่มต้นที่ประมาณ MYR 1,500 ต่อคน (สำหรับ 2 คืน 3 วัน พักห้องคู่)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้ท่องเที่ยวตลอดทั้งปี