“เป็นที่อยู่ของค้างคาวหลายสายพันธุ์และนกกินรัง เช่น นกนางแอ่นรังขาวและรังดำ นักท่องเที่ยวนิยมมาชมปรากฏการณ์ฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกจากถ้ำ”
ถ้ำโกมันตง ไม่ได้เป็นเพียงถ้ำเดียว แต่เป็นระบบถ้ำหินปูนอายุหลายล้านปีที่ซับซ้อน ตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ป่าไม้โกมันตง ซึ่งเป็นป่าดิบชื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่นี้ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษเนื่องจากความสำคัญทางเศรษฐกิจและระบบนิเวศ
การเยี่ยมชมถ้ำจะเน้นไปที่สองถ้ำหลัก ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งทางกายภาพและวัตถุประสงค์ในการเก็บเกี่ยวรังนก:
ถ้ำซีมุต ฮิตัม (Simud Hitam) หรือ "ถ้ำดำ":
- ลักษณะ: เป็นถ้ำที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด มีทางเดินไม้กระดานที่มั่นคงและมีการบำรุงรักษาอย่างดีพาเลาะไปตามพื้นถ้ำ ซึ่งช่วยป้องกันนักท่องเที่ยวจากการสัมผัสกับมูลค้างคาวและสัตว์ต่างๆ บนพื้นโดยตรง
- รังนก: ถ้ำนี้เป็นแหล่งของ รังนกสีดำ (Black-nest Swiftlets) ซึ่งเป็นรังนกที่มีมูลค่ารองลงมา (เนื่องจากมีขนและสิ่งปนเปื้อนเล็กน้อย) และถูกเก็บเกี่ยวในช่วงต้นของฤดูกาล
- บรรยากาศ: เพดานถ้ำสูงตระหง่าน แสงสว่างส่องถึงบางส่วน เผยให้เห็นเสาไม้ไผ่ที่คนเก็บรังนกใช้ปีนขึ้นไป
ถ้ำซีมุต ปูติห์ (Simud Putih) หรือ "ถ้ำขาว":
- ลักษณะ: เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าและสูงกว่าถ้ำดำ การเข้าถึงมักจะต้องเดินป่าบนทางที่ท้าทายกว่า
- รังนก: ถ้ำนี้เป็นแหล่งของ รังนกสีขาวบริสุทธิ์ (White-nest Swiftlets) ซึ่งถือเป็นรังนกที่มีคุณภาพสูงสุดและมีราคาสูงที่สุดในตลาดโลก โดยปกติแล้วการเข้าชมถ้ำขาวจะจำกัดเฉพาะนักวิจัยหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตพิเศษ
ระบบนิเวศอันน่าทึ่ง (Cave Ecosystem): ถ้ำแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ของระบบนิเวศถ้ำที่ขับเคลื่อนด้วย มูลค้างคาว (Guano) พื้นถ้ำถูกปกคลุมด้วยมูลค้างคาวที่ย่อยสลายแล้วหนาหลายสิบฟุต ซึ่งกลายเป็นอาหารหลักของสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำ สัตว์เหล่านี้รวมถึง:
-
แมลงสาบโกมันตง: มีจำนวนมากจนเป็นปรากฏการณ์ พวกมันมีบทบาทสำคัญในการรีไซเคิลสารอาหารในระบบนิเวศ
-
ค้างคาว: มีค้างคาวอย่างน้อย 3 สายพันธุ์อาศัยอยู่
-
สัตว์อื่น ๆ: เช่น งู, ด้วงกินซาก, ตะขาบ, และปลิงกินมูลค้างคาว
ปรากฏการณ์ยามเย็น: หนึ่งในไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการรอชมในช่วงพลบค่ำ (ประมาณ 17:30 น.) บริเวณทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ:
-
ค้างคาวออกล่าเหยื่อ: ค้างคาวนับล้านตัวจะบินวนออกจากปากถ้ำเป็นสายยาวคล้ายเมฆสีดำเพื่อออกไปหาอาหาร
-
นกกลับรัง: ในขณะเดียวกัน เหยี่ยวกินแมลง และนกนางแอ่น จะบินวนเข้าสู่ถ้ำเพื่อพักผ่อนอย่างโกลาหล
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องราวทางนิเวศวิทยา การอนุรักษ์ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังสามารถพบสัตว์ป่าหายากในป่าโดยรอบ เช่น ลิงจมูกยาว, ออรังอุตัง และนกเงือก ซึ่งมักปรากฏตัวบริเวณเส้นทางเข้าสู่ถ้ำในช่วงเช้าและเย็น ทำให้การท่องเที่ยวที่นี่เป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ และการอนุรักษ์อย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
- จากเมืองซานดากันเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมงตามทางหลวง ซานดากัน-ลาฮัดดาดู แล้วเลี้ยวเข้าทางเข้าสู่เขตอนุรักษ์โกมานตง มีลานจอดรถและทางเดินไม้เข้าสู่ปากถ้ำ
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่ควรเข้าชม:
- แนะนำให้มาถึงในช่วงเย็น (ประมาณ 17:30 น.) เพื่อชมปรากฏการณ์ค้างคาวบินออกจากถ้ำและนกนางแอ่นบินกลับเข้าถ้ำ
การแต่งกาย:
- ควรใส่เสื้อผ้าที่คลุมร่างกายมิดชิด (แขนยาวขายาว) และรองเท้าที่ปิดสนิท เนื่องจากอาจมีแมลงสาบและมูลสัตว์
กลิ่น:
- กลิ่นมูลค้างคาวในถ้ำค่อนข้างแรง ผู้ที่อ่อนไหวต่อกลิ่นควรเตรียมผ้าปิดจมูกหรือหน้ากาก
ค่าเข้าชม:
- ผู้ใหญ่ 5 ริงกิตมาเลเซีย (RM)
- เด็ก 2 ริงกิตมาเลเซีย
- ชาวต่างชาติ: โดยประมาณ MYR 30 ต่อคน
- ค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูป: อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับกล้องถ่ายรูปหรือวิดีโอ (ประมาณ MYR 10 - MYR 20)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน เวลา 8:00–18:00 น.