“เป็นหนึ่งในสถานที่ดำน้ำลึกที่ดีที่สุดของโลก น้ำทะเลมีความใสระดับ 30–40 เมตร เหมาะสำหรับการชมปลาฉลามหัวค้อน และแนวปะการัง”
เกาะลายัง–ลายัง เป็นหนึ่งในเกาะปะการังที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวปะการัง หมู่เกาะสแปรตลีย์ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทะเลลึกกว่า 2,000 เมตร โดยเกิดจากการสะสมตัวของปะการังมาหลายพันปีจนกลายเป็นแนวยกตัวกลางทะเล ปัจจุบันเกาะมีขนาดยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร และกว้างเพียง 200 เมตร
ในอดีต เกาะนี้เป็นเพียงแนวปะการังที่โผล่พ้นน้ำเฉพาะช่วงน้ำลง ก่อนที่รัฐบาลมาเลเซียจะเข้ามาถมและพัฒนาในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เพื่อจัดตั้งสถานีทหารเรือและฐานตรวจการณ์ทางทะเล เนื่องจากพื้นที่นี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจในทะเลจีนใต้
ต่อมาถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยเฉพาะการดำน้ำลึก เพราะระบบนิเวศรอบเกาะยังคงอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง แนวปะการังแข็งแรงและมีความหลากหลายสูง นักดำน้ำมักได้พบฝูงฉลามหัวค้อนในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซัน นอกจากนี้ยังมีปลากระเบนราหู ปลาทูน่า ปลากะพงขาว และฝูงปลาสีสันสดใสอีกมากมาย
เกาะลายัง–ลายังมีรีสอร์ตเพียงแห่งเดียวชื่อ ลายัง-ลายังรีสอร์ท ซึ่งบริหารจัดการโดยรัฐบาลและเอกชนร่วมกัน รีสอร์ตแห่งนี้รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 80–100 คนต่อรอบ เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เกาะนี้ไม่มีชุมชนถาวร นักท่องเที่ยวทุกคนต้องจองที่พักและการเดินทางล่วงหน้า โดยรีสอร์ตจะจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากโกตากินะบะลูมายังเกาะเพียงไม่กี่เที่ยวต่อสัปดาห์
ความเงียบสงบของเกาะและท้องฟ้าที่ปลอดมลพิษทำให้ที่นี่เป็นจุดชมดาวและดวงอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และยังเป็นพื้นที่ศึกษาทางชีววิทยาทางทะเลที่สำคัญของมหาวิทยาลัยมาเลเซียซาบาห์ (UMS) อีกด้วย
การจัดการท่องเที่ยวของที่นี่เน้นแนวทาง “Eco-Diving” อย่างเข้มงวด เช่น ห้ามจับหรือสัมผัสสัตว์ทะเล ห้ามเก็บปะการัง ห้ามใช้ครีมกันแดดที่มีสารทำลายแนวปะการัง และจำกัดจำนวนเรือดำน้ำในแต่ละวัน ซึ่งช่วยให้เกาะนี้คงความสมบูรณ์จนได้รับฉายาว่า “The Jewel of the South China Sea” หรือ “เพชรเม็ดงามแห่งทะเลจีนใต้”
วิธีการเดินทาง
- การเดินทางไปยังเกาะลายัง–ลายังต้องจองผ่านรีสอร์ตเท่านั้น โดยนักท่องเที่ยวจะขึ้นเครื่องบินจากสนามบินนานาชาติโกตากินะบะลู ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีเที่ยวบินจำกัดจำนวนครั้งต่อสัปดาห์
- การเดินทางโดยเรือไม่เป็นที่นิยมนักเนื่องจากระยะทางไกลและสภาพคลื่นลมแรง
คำแนะนำ
ช่วงเวลาท่องเที่ยว:
- เกาะจะเปิดรับนักท่องเที่ยวและเปิดทำการดำน้ำเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงที่หลีกเลี่ยงมรสุม
จองล่วงหน้า:
- เนื่องจากมีรีสอร์ตเพียงแห่งเดียวและเที่ยวบินจำกัด ต้องจองแพ็กเกจล่วงหน้าหลายเดือน
กิจกรรม:
- การท่องเที่ยวบนเกาะเน้นการดำน้ำเป็นหลัก ไม่มีชายหาดทรายขาวหรือกิจกรรมอื่นๆ มากนัก
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชมเกาะ แต่ต้องใช้จ่ายเป็นแพ็กเกจดำน้ำและที่พักกับรีสอร์ตเพียงแห่งเดียวบนเกาะ ซึ่งมีราคาสูงเนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกล (ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนวันดำน้ำและประเภทห้องพัก)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- รีสอร์ตและกิจกรรมดำน้ำเปิดให้บริการระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคม ปีละ 6 เดือน (ปิดให้บริการในช่วงมรสุม ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงกุมภาพันธ์)