“การปีนเขาในความมืด เพื่อชมปรากฏการณ์เปลวไฟสีน้ำเงิน ที่หาชมได้ยาก และทัศนียภาพอันน่าทึ่งของ ทะเลสาบกรดขนาดใหญ่ ที่มีสีฟ้าเทอร์ควอยซ์”
ปล่องอิเจียน (Kawah Ijen Crater) คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นและเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาอิเจียนคอมเพล็กซ์ ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางทางธรรมชาติที่ทั้งงดงามและแปลกตาที่สุดในโลก ด้วยภูมิทัศน์ของภูเขาไฟที่โอบล้อมด้วยหมอกหนาและกลิ่นกำมะถันอันเป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเพื่อสัมผัส เปลวไฟสีน้ำเงิน ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้เพียงไม่กี่แห่งบนโลก ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของก๊าซกำมะถันที่พวยพุ่งขึ้นจากรอยแตกในหินด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 600 องศาเซลเซียส จนเกิดเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าเรืองรองสวยงามในยามค่ำคืน ภาพเปลวไฟที่ลุกวาบท่ามกลางความมืดและหมอกกำมะถันนั้นทั้งน่าตื่นตาและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน เป็นภาพที่ยากจะลืมเลือนสำหรับผู้มาเยือน
หลังจากนั้น เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มทอขึ้นเหนือขอบฟ้า ความงามอีกด้านของอิเจียนก็จะเผยตัวออกมา ทะเลสาบกรดกำมะถันขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับเหนือผิวน้ำ ทะเลสาบแห่งนี้แม้จะสวยจับใจ แต่ก็มีค่าความเป็นกรดสูงมากจนสามารถกัดกร่อนโลหะได้ บริเวณรอบปล่องยังเป็นที่ตั้งของ เหมืองกำมะถันแบบดั้งเดิม ซึ่งคนงานท้องถิ่นจะใช้แรงกายขุดและขนแร่กำมะถันหนักกว่า 70 กิโลกรัมขึ้นลงภูเขาทุกวัน ภาพเหล่านี้แสดงถึงทั้งความแข็งแกร่งของมนุษย์และพลังแห่งธรรมชาติที่รุนแรงในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่จึงไม่ได้เพียงชมทิวทัศน์ที่งดงามเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ถึงความยากลำบากของผู้คนที่ใช้ชีวิตเคียงข้างภูเขาไฟลูกนี้
การเยี่ยมชมปล่องอิเจียนมักเริ่มต้นด้วยการ เดินป่าตอนกลางคืน โดยเริ่มออกเดินทางจากจุดตรวจ Paltuding Post ประมาณตีหนึ่งหรือตีสอง เพื่อให้ทันชมเปลวไฟสีน้ำเงินก่อนรุ่งสาง เส้นทางปีนเขามีระยะทางราว 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ท่ามกลางความมืดและอากาศหนาวเย็น จากนั้นเมื่อถึงเช้ามืด นักท่องเที่ยวจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขาไฟ และเห็นทะเลสาบสีฟ้าสวยงามตัดกับหินภูเขาไฟสีเทาและคราบกำมะถันสีเหลือง ภาพที่เกิดขึ้นนั้นทั้งเหนือจริงและงดงามเกินบรรยาย บรรยากาศที่เงียบสงบและหมอกบาง ๆ ที่ลอยปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสวรรค์ของ ช่างภาพธรรมชาติและนักผจญภัย ที่ต้องการเก็บภาพหายากจากหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก
วิธีการเดินทาง
-
เครื่องบินและรถยนต์เช่า: บินไปยังสนามบินบลิมบิงซารี เมืองบันยูวังงีแล้วต่อรถประมาณ 1–1.5 ชม. ถึงจุดเริ่มปีน หรือบินลงสนามบินจูอันดา เมืองสุราบายา แล้วเดินทางต่อราว 6–7 ชม. ถึงบันยูวังงี
-
รถไฟและรถยนต์: นั่งรถไฟจากสุราบายาหรือโปรโบลิงโกไปบันยูวังงี ใช้เวลา 6–7 ชม.แล้วต่อรถอีก ประมาณ 1 ชม. ถึงทางเข้าอุทยาน
-
ทัวร์นำเที่ยว: มีทัวร์ออกจากบาหลี สุราบายา หรือมาลัง ใช้เวลาเดินทางรวม 5–8 ชม. รวมบริการรถ เรือข้ามฟาก และมัคคุเทศก์
คำแนะนำ
-
ฤดูที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม: เดือนมิถุนายนถึงกันยายน เป็นช่วงฤดูแล้งที่ท้องฟ้าแจ่มใสที่สุด ควรหลีกเลี่ยงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมช่วงฤดูฝน
-
รองเท้าและอุปกรณ์: สวมรองเท้าปีนเขาที่แข็งแรงและนำไฟฉายส่องทาง, เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นหลายชั้น, และ หน้ากากป้องกันก๊าซ สำหรับบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ
-
การถ่ายภาพ: หากต้องการถ่ายภาพเปลวไฟสีน้ำเงินให้ได้สวยงาม ต้องใช้ ขาตั้งกล้อง และตั้งค่าการเปิดรับแสงเป็นเวลานาน
-
ข้อควรรู้: ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของมัคคุเทศก์ อย่างเคร่งครัด และควรให้ความเคารพแก่คนงานเหมืองและระมัดระวังในการเดินเมื่ออยู่ใกล้พวกเขา
-
เวลาในการปีนเขา: โดยทั่วไปจะเริ่มปีนในเวลาประมาณ 01:00 น. หรือ 02:00 น. เพื่อไปถึงจุดชมเปลวไฟสีน้ำเงินทันเวลา
ค่าเข้าชม:
- ราคาค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ : วันธรรมดา 105,000 IDR / วันหยุด 155,000 IDR
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 02.00-12.00 น.
- ยกเว้นทุกวันศุกร์แรกของเดือนปล่องอิเจียนจะปิดทำการ เพื่อดำเนินการทำความสะอาดและบำรุงรักษาสถานที่
- หมายเหตุ: บางครั้งอาจมีการอนุญาตให้เข้าเร็วขึ้นเล็กน้อย เช่น 01:00 น. หรือ 01:45 น. หากจองทัวร์เพื่อชมปรากฏการณ์เปลวไฟสีน้ำเงินโดยเฉพาะ แต่เวลาเปิดประตูหลักตามประกาศคือ 02:00 น. และจะปิดไม่ให้เข้าหลังจากเวลา 12:00 น.เพื่อความปลอดภัย