“เมืองประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของมัณฑะเลย์ มีชื่อเสียงระดับโลกจากเทศกาลรำช้างอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม”
เมืองเจาะเซ มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี เดิมเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอันอุดมสมบูรณ์ที่ชาวมอญและพม่าตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 8–9 ก่อนที่จะถูกรวมเข้าในอาณาจักรพุกามโดยพระเจ้าอโนรธาในศตวรรษที่ 11 เมืองนี้ถือเป็น “แหล่งกำเนิดแห่งข้าวของอาณาจักรพุกาม” เพราะมีระบบชลประทานที่ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดจากอ่างเก็บน้ำและคลองสาขาที่ส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกกว้างใหญ่รอบเมือง
ตำนานพื้นบ้านกล่าวว่า พระเจ้าอโนรธาได้ทรงสร้างเจดีย์ชเวตาลยอง (Shwethalyaung Pagoda) หลังจากได้ค้นพบพระพุทธรูปทองคำซึ่งช้างศักดิ์สิทธิ์ได้นำทางมายังพื้นที่เจ้าเส่แห่งนี้ เพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าและแสดงความกตัญญูต่อช้างคู่พระทัย จึงเกิดประเพณีการเต้นช้างขึ้นในภายหลัง กลายเป็นเทศกาลประจำเมืองที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศ
ในช่วงสมัยอาณาจักรพุกามและต่อเนื่องถึงอาณาจักรมัณฑะเลย์ เมืองเจ้าเส่เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการเกษตรและการค้าข้าวที่สำคัญที่สุดของพม่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ถั่ว งา และข้าวพันธุ์ท้องถิ่นจำนวนมาก โดยชาวบ้านยังคงใช้ระบบน้ำโบราณที่สืบต่อกันมาหลายร้อยปี
ด้านศิลปวัฒนธรรม เมืองนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่ง “ช้างศักดิ์สิทธิ์” เพราะในช่วงเทศกาล Thadingyut ของทุกปี ชาวบ้านจะสร้างหุ่นช้างขนาดใหญ่จากไม้ไผ่และผ้า แล้วเข้าแข่งขันเต้นช้างอย่างสนุกสนาน โดยถือว่าเป็นการถวายความเคารพแด่พระเจ้าอโนรธาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง การเต้นช้างนี้ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการจดทะเบียนในระดับชาติ
นอกจากวัดและเจดีย์แล้ว เมืองเจ้าเส่ยังมีตลาดท้องถิ่นที่คึกคัก เช่น ตลาดเจาะเซ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อของพื้นเมืองอย่างผ้าทอมือ เครื่องประดับไม้แกะสลัก และอาหารพื้นบ้านรสชาติดั้งเดิม เช่น แกงไก่แบบพม่า และข้าวสวยกับน้ำพริกถั่ว
นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวชมเมืองโบราณตะโมะ ที่อยู่ห่างออกไปไม่เกิน 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานสำคัญ เช่น เจดีย์ตะโมะชเวกู่จี (Tamote Shwegugyi Pagoda) ที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 700 ปี
สภาพภูมิอากาศของเมืองเจ้าเส่เป็นแบบแห้งแล้งเขตร้อน มีฤดูร้อนร้อนจัดในช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม อุณหภูมิอาจสูงกว่า 40°C ส่วนฤดูฝนจะอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน
วิธีการเดินทาง
- สามารถเดินทางโดยรถไฟหรือรถประจำทางจากมัณฑะเลย์ (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) หรือบินลงที่สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ (MDL) แล้วต่อรถยนต์
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวคือเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายและมีเทศกาลช้างเต้น
-
ควรแต่งกายให้สุภาพเมื่อต้องเข้าสักการะเจดีย์หรือวัดต่าง ๆ
-
หากเดินทางไปชมเทศกาลช้าง ควรจองที่พักล่วงหน้าเนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจะมาเยือนจำนวนมาก
-
แนะนำให้ลองอาหารพื้นบ้านและเยี่ยมชมตลาดเช้าเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวเมียนมาร์
ค่าเข้าชม:
- เข้าเมืองและชมเทศกาลฟรี
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
เปิดให้เข้าชมตลอดทุกวัน
-
เทศกาลช้างเต้นจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงเดือน Thadingyut (ประมาณเดือนตุลาคม)