“เยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีการลงนามสนธิสัญญายันดาโบในปี ค.ศ. 1826 พร้อมชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่ยังคงผลิตเครื่องปั้นดินเผาด้วยมืออย่างต่อเนื่อง”
หมู่บ้านยานดาโบ, Yandabo Village (Historic Treaty Site) มีความสำคัญระดับชาติและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติในฐานะสถานที่ลงนาม "สนธิสัญญายันดาโบ (Treaty of Yandabo)" เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1826 (พ.ศ. 2369) สนธิสัญญานี้เป็นเครื่องหมายของการสิ้นสุด สงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 1 (First Anglo-Burmese War, ค.ศ. 1824–1826) ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อพม่า (เมียนมา) การลงนามที่ยานดาโบได้บังคับให้พม่ายกดินแดนบางส่วน (เช่น อัสสัม และยะไข่) ให้กับจักรวรรดิอังกฤษ และจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมาก ทำให้พม่าสูญเสียเอกราชและอธิปไตยทางการค้าอย่างรุนแรง
แม้ว่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสนธิสัญญาจะมืดมนและเป็นที่ถกเถียงสำหรับชาวพม่า แต่ตัวหมู่บ้านเองก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่พึ่งพาแม่น้ำอิรวดีมาอย่างยาวนาน
ศูนย์กลางเครื่องปั้นดินเผา
ยานดาโบเป็นที่รู้จักในนาม "หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาที่ยิ่งใหญ่ (The Great Pottery Village)" บนแม่น้ำอิรวดี ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้กว่า 400 ครัวเรือน มีประมาณ 30 ครัวเรือน ที่ยังคงยึดอาชีพผลิตเครื่องปั้นดินเผาเป็นรายได้หลัก และมีอีกหลายครัวเรือนที่ทำเป็นอาชีพเสริมมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ
วัตถุดิบและภูมิปัญญาดั้งเดิม
-
ดินเหนียว: วัตถุดิบหลักคือ ดินเหนียว คุณภาพดีที่ได้จากชั้นดินเลนบริเวณริมแม่น้ำอิรวดี ซึ่งถูกน้ำพัดพามาในช่วงฤดูน้ำหลาก ลักษณะดินที่นี่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปั้นที่ต้องการความยืดหยุ่นและความทนทาน
-
การเตรียมดิน: ดินจะถูกนำมาผสมกับแกลบ (Husk) หรือส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อลดความหนาแน่นและป้องกันการแตกหักระหว่างการเผา
กระบวนการผลิตที่โดดเด่น
สิ่งที่ทำให้เครื่องปั้นดินเผาของยานดาโบมีเอกลักษณ์และเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว คือ กระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ที่ยังคงรักษารูปแบบที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน:
แป้นหมุนด้วยเท้า (Foot-Powered Wheel): ช่างปั้นจะใช้แป้นหมุนที่ขับเคลื่อนด้วยการใช้เท้า ซึ่งแตกต่างจากแป้นหมุนไฟฟ้าหรือแป้นหมุนมือที่พบได้ทั่วไป โดยส่วนมาก ผู้หญิงสองคน จะทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีม:
-
คนปั้น: รับผิดชอบในการกำหนดรูปทรงของภาชนะ
-
ผู้ช่วย: รับผิดชอบในการควบคุมและรักษาความเร็วของแป้นหมุนด้วยเท้า เพื่อให้เกิดการหมุนที่สม่ำเสมอ
การปั้นรูปแบบโบราณ: ชิ้นงานจะถูกปั้นในลักษณะดั้งเดิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็น หม้อน้ำ และ ไห หรือภาชนะสำหรับเก็บน้ำและปรุงอาหารขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของชาวเมียนมา
การตากและการเผา: ชิ้นงานที่ปั้นเสร็จจะถูกนำไปตากแดดให้แห้งสนิท จากนั้นจะนำไปเผาใน เตาเผาแบบเปิดโล่ง (Open-air Kiln) หรือใช้กองฟางและฟืนในการเผา ซึ่งทำให้เครื่องปั้นดินเผามีสีแดงหรือน้ำตาลอ่อนเป็นเอกลักษณ์
เศรษฐกิจของหมู่บ้าน
เครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตที่ยานดาโบส่วนใหญ่ไม่ได้มีไว้เพื่อนักท่องเที่ยว แต่ถูกส่งไปขายตามเมืองใหญ่ริมแม่น้ำอิรวดี เช่น มัณฑะเลย์ และพุกาม โดยอาศัยการขนส่งทางเรือเป็นหลัก สินค้าเหล่านี้ยังคงเป็นที่ต้องการของครัวเรือนในพื้นที่ชนบทสำหรับใช้สอยในชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีความทนทานและราคาถูกกว่าภาชนะพลาสติก
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้จึงไม่ได้เพียงแต่มาชมโบราณสถาน แต่ได้มาสัมผัส แหล่งกำเนิดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่ยังคงเคลื่อนไหวและดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่งริมแม่น้ำประวัติศาสตร์
วิธีการเดินทาง
- โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวจะเดินทางด้วยเรือสำราญ (River Cruise) ตามแม่น้ำอิรวดี ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระหว่างเมืองพุกามและมัณฑะเลย์ และจะแวะพักที่หมู่บ้านยานดาโบ
คำแนะนำ
-
ช่วงเช้าและช่วงเย็นอากาศสบาย เหมาะกับการเดินชมหมู่บ้าน
-
พกหมวก แว่นตา และน้ำดื่ม เพราะพื้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง
-
หากสนใจงานเครื่องปั้นดินเผา สามารถสอบถามชาวบ้านเพื่อชมกระบวนการผลิตแบบครบขั้นตอน
-
ควรแต่งกายให้สุภาพ เพราะเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยจริงของชาวบ้าน
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชมหมู่บ้าน (อาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางด้วยเรือหรือกิจกรรมบางอย่าง)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดตลอดวัน แต่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเยี่ยมชมคือในช่วงกลางวันเมื่อล่องเรือ