“เจดีย์เมียะแซดีย์เป็นเจดีย์เก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในพุกาม โดดเด่นด้วยศิลปะพม่าแบบดั้งเดิม และเป็นสถานที่ค้นพบ จารึกเมียะแซดีย์ 4 ภาษา ซึ่งเป็นมรดกสำคัญด้านภาษาและประวัติศาสตร์ของเมียนมา”
เจดีย์เมียะเซดีย์ (Myazedi Pagoda) ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางหมู่บ้านมยินกะบา ของพุกาม โดยชื่อ "เมียะแซดีย์" ในภาษาพม่ามีความหมายว่า "เจดีย์หยก" (เมียะ แปลว่า ล้ำค่า/หยก) แม้ตัวเจดีย์เองจะเคลือบด้วยสีทองอร่ามในปัจจุบัน แต่ความสำคัญที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้กลับซ่อนอยู่ในมรดกทางภาษาและประวัติศาสตร์
การก่อสร้างและบริบททางประวัติศาสตร์:
-
เจดีย์นี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าจานสิตถาโดยตรง แต่สร้างขึ้นโดย เจ้าชายยาซากุมาร (Prince Yazakumar) ในปี ค.ศ. 1112 เพื่อถวายและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแด่ พระมารดา ของพระองค์เองที่สิ้นพระชนม์ และใช้เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงพระบิดาผู้ยิ่งใหญ่ คือ พระเจ้าจานสิตถา กษัตริย์องค์สำคัญแห่งอาณาจักรพุกาม
-
โครงสร้างของเจดีย์เป็นสถูปทรงระฆังคว่ำแบบคลาสสิกของพุกามยุคกลาง ซึ่งตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมหลายชั้น องค์เจดีย์มีการประดับด้วยฉัตรทองคำ (Hti) ที่ยอด สิงห์จินเต (Chinthes) ผู้พิทักษ์ขนาดใหญ่เฝ้าทางเข้าหลัก และประติมากรรมเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาที่ฐาน
-
พระเจ้าจานสิตถาได้บริจาคพื้นที่สวนมะม่วงและข้าทาสรับใช้จำนวนหนึ่งแก่เจ้าชายยาซากุมารก่อนสิ้นพระชนม์ ด้วยความกตัญญู เจ้าชายยาซากุมารจึงได้สร้างเจดีย์และสร้างศิลาจารึกเพื่อบันทึกการกระทำอันเป็นกุศลนี้
ศิลาจารึกเมียะเซดีย์ (Myazedi Inscription):
-
จุดเด่นที่สุดของวัดนี้คือ ศิลาจารึกมยะแซดี ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในอาคารป้องกันเล็กๆ ที่สร้างขึ้นภายหลังถัดจากองค์เจดีย์ จารึกนี้คือ หลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดของพม่าที่ลงวันที่ได้ชัดเจน
-
สิ่งที่ทำให้จารึกนี้มีความสำคัญระดับโลกคือการบันทึกข้อความเดียวกันใน สี่ภาษา ได้แก่ ภาษาบาลี, ภาษาพม่าเก่า, ภาษามอญโบราณ, และภาษาปยู (Pyu) โดยภาษาปยูเป็นภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยมีอำนาจในภูมิภาคนี้มาก่อน แต่ได้สูญหายไปแล้ว
-
เนื่องจากจารึกมีข้อความเดียวกันในภาษาที่รู้จัก (พม่าเก่า, บาลี, มอญ) และภาษาที่สูญหาย (ปยู) ทำให้นักวิชาการเปรียบจารึกนี้กับ "ศิลาโรเซตตา (Rosetta Stone)" ของอียิปต์ ซึ่งกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นักโบราณคดีสามารถถอดความและทำความเข้าใจภาษาปยูโบราณได้สำเร็จ ทำให้จารึกนี้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีค่ามหาศาลต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบัน:
- ปัจจุบันมีเพียงแท่นหินจำลองของจารึกเท่านั้นที่จัดแสดงอยู่ในบริเวณวัดเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชม โดยศิลาจารึกต้นฉบับได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์โบราณคดีพุกาม เพื่อป้องกันความเสียหาย
วิธีการเดินทาง
-
รถม้า/รถลาก (Horse Cart): เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการเที่ยวชมวัดต่าง ๆ ในพุกาม
-
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): เป็นทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็วสำหรับการสำรวจพื้นที่ในบริเวณนี้
-
รถเช่าพร้อมคนขับ: สำหรับการเดินทางที่สะดวกสบาย
คำแนะนำ
-
แต่งกายสุภาพ: พุกามเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าก่อนเข้าสู่บริเวณวัด และควรสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดไหล่และเข่า
-
เตรียมไฟฉาย: วัดบางแห่งมีทางเดินหรือภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านในที่มืดสลัว ไฟฉายจะช่วยให้ชมรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้น
-
ไปชมจารึก: อย่าพลาดการเยี่ยมชมห้องเล็กๆ ที่เก็บจารึกมยะแซดีเพื่อดู "ศิลาโรเซตตาแห่งพม่า" ด้วยตาตนเอง
-
เวลาเยี่ยมชม: ควรไปในช่วงเวลากลางวัน เนื่องจากหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณนี้จะค่อนข้างมืด
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชมเฉพาะเจดีย์มยะแซดี แต่ผู้เข้าชมต้องชำระ ค่าธรรมเนียมเขตโบราณสถานพุกาม (Bagan Archaeological Zone Fee) ซึ่งเป็นตั๋วเดียวที่ใช้ได้สำหรับเข้าชมวัดทั้งหมดในพื้นที่
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยทั่วไปสามารถเข้าชมได้ตลอดเวลา แต่แนะนำให้เข้าชมในช่วง กลางวัน เนื่องจากไม่มีระบบแสงสว่างหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน