“เป็นจุดยอดนิยมในการ ชมวิวทิวทัศน์ 360 องศาของทุ่งทะเลเจดีย์ โดยเฉพาะในยามเช้าตรู่ที่พระอาทิตย์ขึ้นและบอลลูนลมร้อนเริ่มลอยขึ้นฟ้า”
เจดีย์ชเวเลตู (Shwe Leik Too Pagoda) เป็นหนึ่งในเจดีย์จำนวนกว่า 2,000 แห่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากอดีตอาณาจักรพุกามอันยิ่งใหญ่ในประเทศเมียนมา แม้ว่าเจดีย์แห่งนี้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเท่ากับเจดีย์สำคัญอื่น ๆ เช่น เจดีย์ชเวซานดอว์ (Shwesandaw) หรือวัดธรรมมะยังยี (Dhammayangyi) แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่ของ ทำเลที่ตั้งและเสน่ห์ความสงบแบบดั้งเดิม
ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
เจดีย์ชเวเลตูมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบ เจดีย์ทรงระฆังแบบพุกามยุคกลาง ซึ่งประกอบด้วยฐานสี่เหลี่ยมหลายชั้นที่รองรับเจดีย์องค์ระฆังด้านบน ตัวเจดีย์สร้างด้วยอิฐดินเผาที่แข็งแกร่งตามแบบฉบับโบราณ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทนทานต่อกาลเวลาและสภาพอากาศนับพันปี
-
องค์ประกอบ: เจดีย์มักจะประกอบด้วยฐานประทักษิณที่สามารถเดินวนรอบได้ (ปัจจุบันการขึ้นไปอาจถูกจำกัด) และมีห้องคูหาหรือแท่นบูชาเล็ก ๆ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ด้านในหรือด้านล่าง
-
เสน่ห์ของความเก่าแก่: เนื่องจากไม่ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่แบบเจดีย์หลักบางแห่ง ทำให้ชเวไหลตูยังคงไว้ซึ่ง พื้นผิวของอิฐที่ผุกร่อนและมอสส์ที่ปกคลุม ซึ่งมอบความรู้สึกถึงความขลังและความเงียบสงบในอดีตอย่างแท้จริง ต่างจากวัดที่มีการลงรักปิดทองใหม่ที่ดูตระการตา
ความสำคัญในฐานะจุดชมวิว
ในช่วงหลายปีก่อนหน้าที่จะมีมาตรการห้ามปีนเจดีย์ ชเวไหลตูได้รับความนิยมอย่างสูงจากช่างภาพและนักท่องเที่ยวที่ต้องการมุมมองใหม่ๆ ในการชมทุ่งทะเลเจดีย์:
-
มุมมองพาโนรามา: เจดีย์นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ค่อนข้างสูงและอยู่ห่างจากกลุ่มวัดขนาดใหญ่ ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของทุ่งเจดีย์ที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขีดจำกัดได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะทิศตะวันออกและทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่มองเห็น บอลลูนลมร้อนจำนวนมาก ลอยขึ้นเหนือน้ำค้างยามเช้า
-
การเข้าถึงที่สะดวก: แม้จะตั้งอยู่ในทุ่งเจดีย์ แต่เจดีย์ชเวไหลตูสามารถเข้าถึงได้ค่อนข้างง่ายด้วยรถจักรยานไฟฟ้า หรือรถม้า เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างเมืองญองอูและพุกามเก่า ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบมากกว่าจุดชมวิวที่แออัด
-
บรรยากาศสงบ: เมื่อเทียบกับจุดชมวิวหลักที่ทางการจัดเตรียมไว้ เจดีย์แห่งนี้ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเงียบสงบกว่า ทำให้สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกได้อย่างเต็มที่ (โดยเฉพาะหากมีการอนุญาตให้เข้าชมบริเวณใกล้เคียง)
ข้อจำกัดในปัจจุบัน: แม้จะมีประวัติการเป็นจุดชมวิวที่ดีเยี่ยม แต่ต้องย้ำว่าปัจจุบันทางการเมียนมาได้เข้มงวดกับมาตรการห้ามปีนขึ้นไปบนโครงสร้างโบราณสถานทุกแห่งเพื่อป้องกันความเสียหาย เจดีย์ชเวไหลตูจึงมีความสำคัญในฐานะ จุดแวะถ่ายภาพจากพื้นดิน และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์มรดกโลกของพุกาม
วิธีการเดินทาง
-
จากเมืองเนียงอู ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10–15 นาทีโดยรถจักรยานไฟฟ้า หรือรถแท็กซี่ท้องถิ่น
-
หากมาจากเมืองพุกามเก่า ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีโดยรถจักรยานไฟฟ้า
-
เส้นทางเป็นถนนดินสลับลูกรังเล็กน้อย ควรขับด้วยความระมัดระวัง
คำแนะนำ
-
สำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น: ควรเดินทางมาถึงก่อนรุ่งสาง (ประมาณ 05:00 น.) เพื่อจับจองพื้นที่ที่ดีที่สุด เนื่องจากเจดีย์นี้เป็นที่นิยมมากในการชมวิว
-
การแต่งกาย: เนื่องจากเป็นศาสนสถาน โปรดแต่งกายสุภาพ ครอบคลุมไหล่และหัวเข่า และต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าก่อนเข้าบริเวณวัด
-
ตั๋วเข้าชม: ต้องซื้อ ตั๋วเข้าเขตโบราณคดีพุกาม (Bagan Archaeological Zone Pass) ซึ่งเป็นตั๋วเดียวที่ใช้เข้าชมเจดีย์และวัดต่างๆในพื้นที่พุกาม
ค่าเข้าชม:
-
ค่าเข้าชมเจดีย์: ไม่มีค่าเข้าชมเฉพาะเจดีย์
-
ค่าตั๋วเข้าเขตโบราณคดีพุกาม: ต้องซื้อตั๋วรวมสำหรับชาวต่างชาติ ปัจจุบันประมาณ 25,000 จ๊าด หรือประมาณ $12-20 USD (ราคาอาจผันผวนขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและช่วงเวลา)
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
เปิดตลอดเวลา: โดยปกติแล้วจะเปิดตั้งแต่ช่วงก่อนรุ่งสาง (ประมาณ 05:00 น.) เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และเปิดไปจนถึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน
-
กฎการปีนเจดีย์: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทางการได้สั่งห้ามการปีนขึ้นไปบนเจดีย์ส่วนใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาสภาพโบราณสถาน
-
ทางเลือก: ทางการได้จัดเตรียมเนินดิน หรือระเบียงชมวิวขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่หลายจุดสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกอย่างปลอดภัยแทน