“พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งในเมียนมาร์ โดดเด่นด้วยพระพักตร์ที่งดงาม พระเนตรที่อ่อนหวาน และมีรูปมงคล 108 ประการสลักบนฝ่าพระบาท”
พระนอนตาหวานที่ประดิษฐาน ณ ที่นี่เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีขนาดมหึมาและงดงามเป็นเอกลักษณ์ โดยมีความยาวถึง 66 เมตร (217 ฟุต) และสูง 17 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าพระพุทธไสยาสน์ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในกรุงเทพฯ เล็กน้อย
ประวัติและการบูรณะ:
องค์พระดั้งเดิม สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) โดย เซอร์ โพ ชอว์ (Sir Hpo Thar) ผู้มั่งคั่งชาวพม่า แต่เนื่องจากได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศและสงครามโลกครั้งที่สอง องค์พระจึงชำรุดทรุดโทรม
การบูรณะครั้งสำคัญ ในปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) ได้มีการเริ่มโครงการบูรณะครั้งใหญ่ภายใต้การนำของรัฐบาลพม่าและผู้ศรัทธา โดยได้มีการขยายขนาดองค์พระให้ใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนรูปแบบทางศิลปะให้เป็นแบบพม่าดั้งเดิม ที่อ่อนช้อยยิ่งขึ้น การบูรณะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) ซึ่งองค์พระที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นผลผลิตของยุคหลังสงครามที่แสดงถึงความศรัทธาที่ฟื้นคืนชีพ
จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมและศิลปะ:
พระพักตร์และพระเนตรแก้ว:
- จุดที่โดดเด่นที่สุดคือ พระพักตร์อันงดงามอ่อนโยน และ พระเนตรที่ทำจากแก้วขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อมองจากมุมที่เหมาะสมจะให้ความรู้สึกเหมือนองค์พระกำลังทอดพระเนตรด้วยความเมตตาและรอยยิ้มเล็กน้อย นี่คือที่มาของฉายา "พระนอนตาหวาน"
รอยพระพุทธบาท 108 ลักษณ์:
- บริเวณฝ่าพระบาทขององค์พระถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงด้วย ภาพสัญลักษณ์มงคล 108 ประการ ตามคติความเชื่อพม่า โดยแบ่งเป็นสามระดับตามแนวตั้ง แต่ละสัญลักษณ์มีความหมายเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิด (วัฏสงสาร) โลกธาตุ และอำนาจบารมีของพระพุทธเจ้า ซึ่งผู้เข้าชมจะเห็นผู้ศรัทธาชาวพม่าถวายทองคำเปลวและบูชาที่ส่วนพระบาทนี้
เครื่องทรง:
- องค์พระถูกคลุมด้วย จีวรสีทองอร่าม ที่ประดับตกแต่งอย่างประณีต เมื่อประกอบกับแสงไฟภายในวิหารจะยิ่งเพิ่มความสง่างามและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับองค์พระเป็นอย่างมาก
ความสำคัญทางวัฒนธรรม:
วิหารแห่งนี้สร้างอย่างโปร่งโล่งและเปิดกว้าง โดยมีเสาขนาดใหญ่รองรับ เพื่อให้ผู้แสวงบุญสามารถเดินรอบองค์พระเพื่อสักการะบูชาและปฏิบัติธรรมได้โดยสะดวก นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังเป็นที่ตั้งของ ศาลาบูชาตามวันเกิด ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่สำคัญของชาวพม่า โดยจะมีพระพุทธรูปและสัตว์ประจำวันเกิดให้ผู้คนได้มาสรงน้ำและทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ
วัดเชาตัตจีจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธาและศิลปะพุทธที่รุ่งเรืองของเมียนมาอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
- วัดตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ห่างจากพระมหาเจดีย์ชเวดากองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดคือการใช้บริการรถแท็กซี่หรือ Grab จากใจกลางเมือง โดยใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร
คำแนะนำ
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สุภาพเรียบร้อย ปกปิดหัวไหล่และหัวเข่า
การเข้าชม:
- ต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าก่อนเข้าสู่บริเวณวิหาร
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- ควรไปในช่วงเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและผู้คนจำนวนมาก หรือไปช่วงเย็นเพื่อชมแสงไฟที่ประดับองค์พระ
เคารพสถานที่:
- ไม่ควรส่งเสียงดังภายในบริเวณพื้นที่และควรปิดเสียงมือถือ
ค่าเข้าชม:
- ค่าเข้าชม 10,000 จ๊าต (MMK) หรือประมาณ 5 USD ต่อคน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (อัตราค่าธรรมเนียมบำรุงรักษา)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวันเวลา 05:00 น. – 21:00 น.