“เมืองโบราณอายุกว่า 700 ปี มีโบราณสถานกว่า 40 แห่ง โดดเด่นด้วย วัดเจดีย์เหลี่ยมสไตล์พุกาม และบรรยากาศ “เมืองใต้ดิน” ที่ถูกค้นพบจากตะกอนน้ำท่วม”
เวียงกุมกาม (Wiang Kum Kam) คือ เมืองโบราณสำคัญของอาณาจักรล้านนา ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนดินของเชียงใหม่ในปัจจุบัน โดดเด่นด้วยผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงสายเดิม ซึ่งเคยเป็นเส้นทางคมนาคมและการค้าสำคัญในอดีต ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่เงียบสงบและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง พร้อมร่องรอยโบราณสถานที่กระจายตัวอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีเอกลักษณ์
ตามพงศาวดารกล่าวถึงว่า พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ผู้สืบทอดอำนาจจากหิรัญนครเงินยาง แห่งแคว้นโยนกโบราณ ได้เริ่มขยายอาณาจักรจากลุ่มน้ำโขง ผ่านเชียงราย (สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 1806) และเวียงฝาง ก่อนจะยึดครองหริภุญไชยได้ในปี พ.ศ. 1824 พระองค์จึงเลือกพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ระมิงค์ (แม่น้ำปิง) และโปรดให้สร้างเวียงแห่งใหม่ในปี พ.ศ. 1829 ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า “เวียงกุ๋มก๋วม” หรือ “เวียงกุมกาม”
เวียงแห่งนี้ถูกวางผังอย่างเป็นระบบ มีการขุดคูเวียง 3 ด้าน ใช้แม่น้ำปิงเป็นคูธรรมชาติ และก่อกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ กว้าง 600 เมตร ยาว 850 เมตร ภายในเป็นศูนย์กลาง การเมือง การปกครอง และการค้า ของล้านนาในยุคแรกเริ่ม
อย่างไรก็ตาม ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่ม เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก เวียงกุมกามมักเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ทำให้โบราณสถานจำนวนมากถูกตะกอนดินทับถมลึกถึง 1–2 เมตร จนเกิดความเสียหายต่อเนื่อง และเป็นเหตุสำคัญในการย้ายราชธานี
ต่อมา พญามังรายทรงร่วมพิจารณาทำเลใหม่กับ พ่อขุนรามคำแหง และ พญางำเมือง และโปรดให้สร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ในปี พ.ศ. 1839 คือ “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” แม้เวียงกุมกามจะหมดบทบาทเมืองหลวง แต่ยังคงเป็นเมืองสำคัญด้านศาสนาและเมืองหน้าด่านของล้านนา
ในยุคต่อมา เวียงกุมกามยังมีบทบาททางประวัติศาสตร์ เช่น การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัย พญากือนา การหล่อพระพุทธรูปในสมัย พญาแสนเมืองมา รวมถึงเรื่องเล่า “ขัวจีมคำ” ก่อนจะค่อย ๆ เสื่อมความสำคัญลงจากสงคราม การปกครองของพม่า และภัยธรรมชาติ
กระทั่งปี พ.ศ. 2527 กรมศิลปากรได้สำรวจและขุดค้น พบโบราณสถานมากกว่า 40 แห่ง (ปัจจุบันกว่า 42 แห่ง) ยืนยันการเป็น “นครโบราณใต้พิภพ” โบราณสถานสำคัญ ได้แก่ วัดเจดีย์เหลี่ยม (วัดกู่คำ), วัดช้างค้ำ, วัดปู่เปี้ย และวัดพญามังราย
ด้านศิลปกรรม เวียงกุมกามโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมพุทธศาสนา เช่น เจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง และลวดลายปูนปั้นอย่าง มกรคายนาค สิงห์ หงส์ และเทวดานูนสูง รวมถึงโบราณวัตถุ เช่น พระพิมพ์ดินเผาและเครื่องถ้วยจีนสมัยหมิง–ชิง
นอกจากนี้ยังสะท้อนวิถีชีวิต “คนเมือง” ที่ยังคงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมล้านนาตามหลัก มังรายศาสตร์ ทำให้เวียงกุมกามเป็นทั้งแหล่งโบราณคดีและชุมชนที่ยังมีชีวิตอยู่ในเวลาเดียวกัน
ปัจจุบันเวียงกุมกามตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร และได้รับการพัฒนาเป็น เมืองประวัติศาสตร์มีชีวิต ที่ผสานอดีตและปัจจุบันอย่างลงตัว
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนเชียงใหม่–ลำพูน (สายเก่า) มุ่งหน้าทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร
คำแนะนำ
- แนะนำช่วงเวลา 08:30 – 10:30 น. หรือ 15:30 – 17:00 น.
- เริ่มต้นที่ ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม
- ใช้บริการ รถม้าหรือรถราง เพื่อชมครบพื้นที่
- ใส่รองเท้าสบาย เพราะเป็นโบราณสถานกลางแจ้ง
- เคารพสถานที่และไม่ปีนป่ายโบราณสถาน
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมพื้นที่: ฟรี
- ค่ารถม้าหรือรถนำชม: ประมาณ 200–300 บาท/คัน
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.