“สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่ผสมผสานความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าดิบชื้นระดับต้นน้ำและแนวปะการังน้ำตื้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน”
เกาะช้าง (Koh Chang) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทยและเป็นหัวใจหลักของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันและป่าดิบชื้นที่ยังคงความสมบูรณ์มากกว่าร้อยละ 70 ของเกาะ ภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นนี้ทำให้เกาะช้างไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ยังมีแหล่งน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์จนกลายเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกหลายแห่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และระบบนิเวศ โดยเฉพาะน้ำตกคลองพลูที่น้ำไหลตลอดทั้งปี ชายหาดส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ เริ่มตั้งแต่นหาดทรายขาวที่คึกคักที่สุด ไปจนถึงหาดท่าน้ำที่เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่านักเดินทางจากทั่วโลก
ความน่าสนใจที่เป็นเอกลักษณ์คือ ความหลากหลายของระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่ป่าดิบชื้นบนยอดเขาสูง ป่าชายเลนบริเวณปากอ่าว ไปจนถึงแนวปะการังรอบเกาะบริวาร เช่น เกาะรัง เกาะยักษ์ และเกาะหวาย ซึ่งเป็นจุดดำน้ำลึกและน้ำตื้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย นอกจากนี้ยังมี คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญคือบริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง ซึ่งเป็นการสู้รบทางเรือครั้งสำคัญระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้น่านน้ำแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่รำลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนไทยในอดีตที่นักท่องเที่ยวควรมาเยี่ยมชมและศึกษา
สำหรับกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการ ล่องเรือมาดแบบดั้งเดิมที่บ้านสลักคอก ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น เวนิสแห่งเกาะช้าง สัมผัสความเงียบสงบในพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุด หรือการเดินชมหมู่บ้านชาวประมงบางเบ้าที่มีสถาปัตยกรรมแบบบ้านไม้ที่ปลูกปลูกยื่นลงไปในทะเลเชื่อมต่อกันเป็นทางเดินยาว นอกจากนี้การขับรถเที่ยวรอบเกาะยังช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างฝั่งตะวันตกที่มีความเจริญและแสงสี กับฝั่งตะวันออกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสวนผลไม้และวิถีเกษตรกรดั้งเดิมของชาวตราดอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากจากเกาะอื่นๆ ในประเทศไทย
ในแง่ของ การถ่ายภาพและงานศิลปะ เกาะช้างมีจุดชมวิวระดับโลกอย่างจุดชมวิวไก่แบ้ ซึ่งเป็นจุดที่คุณสามารถถ่ายภาพเกาะหยวกและเกาะมันนอกได้ในระนาบที่สวยงามที่สุด โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่แสงจะตกกระทบผิวน้ำรอบเกาะพอดี สำหรับช่างภาพสายธรรมชาติ ป่าชายเลนบ้านนาในฝั่งตะวันออกจะให้บรรยากาศของ "ป่าสีทอง" ในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งเป็นมุมมองที่ดูแปลกตาและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกลสำหรับสายผจญภัยที่ต้องการเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของป่าฝนจากมุมสูง
ท้ายที่สุดนี้ เกาะช้างคือจุดหมายปลายทางที่มอบความสุขให้คุณได้ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนในรีสอร์ทหรูระดับห้าดาว การแคมป์ปิ้งริมน้ำตก หรือการเรียนรู้วิถีชุมชนริมทะเลที่เข้มแข็ง ขอเชิญคุณมาร่วมเปิดประสบการณ์และสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ณ เกาะแห่งนี้ที่จะทำให้หัวใจของคุณกลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงคลื่นอีกครั้ง
วิธีการเดินทาง
-
โดยรถยนต์ส่วนตัว: ขับจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หรือถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่จังหวัดตราด แล้วเลี้ยวเข้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ (แนะนำเพราะเรือใหญ่และออกถี่กว่า) หรือท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์
-
โดยรถโดยสาร: ขึ้นรถทัวร์หรือรถตู้จากสถานีขนส่งเอกมัย มุ่งหน้าไปทางท่าเรือแหลมงอบ หรือใช้บริการรถตู้ปรับอากาศส่งตรงถึงท่าเรือ
-
โดยเครื่องบิน: บินตรงมาลงที่สนามบินตราดแล้วต่อรถตู้ ของสนามบินข้ามเรือเฟอร์รี่ส่งถึงโรงแรมบนเกาะช้าง
คำแนะนำ
-
ฤดูกาลท่องเที่ยว: เดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคม คือช่วงที่น้ำใสและไม่มีมรสุม ส่วนมิถุนายน - ตุลาคม เป็นช่วงหน้าฝนที่น้ำตกจะสวยมาก แต่ต้องระวังคลื่นลมแรงในการออกเรือ
-
ความปลอดภัยบนถนน: ถนนบนเกาะช้างมีความลาดชันและโค้งหักศอกสูงมาก หากขับขี่ไม่ชำนาญแนะนำให้ใช้บริการรถสองแถวสีขาวประจำทาง
-
อุปกรณ์จำเป็น: ควรเตรียมกระเป๋ากันน้ำ สำหรับออกทริปดำน้ำ และยากันยุงชนิดทาสำหรับการเดินเที่ยวในน้ำตกหรือป่าชายเลน
-
การอนุรักษ์: ห้ามเก็บหอย ปะการัง หรือทรายกลับออกไป และขอความร่วมมือไม่ให้อาหารปลาในเขตอุทยานแห่งชาติ
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็ก 100 บาท
เวลาเปิด - ปิด:
- เกาะช้าง: เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
-
แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและน้ำตก: 08:00 น. – 16:30 น.
-
ตารางเรือเฟอร์รี่: เที่ยวแรก 06:30 น. และเที่ยวสุดท้ายประมาณ 18:30 น. - 19:00 น. (ควรไปถึงท่าเรือก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาที)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 9 พ.ค. 56
รีวิวเมื่อ 24 ก.ค. 55
รีวิวเมื่อ 25 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 25 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ก.ค. 53