“ความมหัศจรรย์ของเจดีย์สีขาวที่เรียงรายบนยอดผาสูงชัน สะท้อนพลังแห่งความเพียรพยายามของมนุษย์ในการสร้างพุทธสถานจำลองเขาพระสุเมรุเพื่อปกป้องรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์”
วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (Chaloem Phra Kiat Phrachomklao Rachanusorn Temple) มีจุดเริ่มต้นจากแรงศรัทธาอันยิ่งใหญ่ในการสร้างวัดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสวันพระบรมราชสมภพครบ 200 ปี ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยประวัติของพื้นที่แห่งนี้ผูกพันกับความเชื่อเรื่องศักดิ์สิทธิ์มาแต่อดีตในนาม วัดพระบาทปู่ผาแดง เนื่องจากมีการ ค้นพบรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาหินปูนอันเป็นที่เคารพรักของชาวบ้าน การก่อสร้างวัดจึงถูกออกแบบให้มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างพื้นที่ส่วนพื้นราบและยอดผาสูง
ในพื้นที่ส่วนล่างนั้นเป็นที่ตั้งของอุโบสถและวิหารสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปตามแบบสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อให้เป็นจุดรวมใจและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชุมชน ก่อนที่เส้นทางแห่งศรัทธาจะนำพาพุทธบริษัทมุ่งหน้าขึ้นสู่ส่วนบนซึ่งเป็นยอดเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 815 เมตร เหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการตั้งวัดและเจดีย์อยู่บนยอดเขาอันยากลำบากนี้ คือความตั้งใจที่จะจำลองภาพของ เขาพระสุเมรุ ตามคติไตรภูมิ โดยใช้ชัยภูมิทางธรรมชาติของภูเขาหินปูนที่มีรูปร่างแหลมคมสลับซับซ้อนเป็นฐานรองรับเจดีย์สีขาวลอยฟ้ามากกว่า 10 องค์
ความอัศจรรย์ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การก่อสร้างคือการที่พระสงฆ์และชาวบ้านอำเภอเมืองปานร่วมกันแบกอิฐ หิน ปูน และทราย ขึ้นบันไดไม้ที่ชันและแคบด้วยแรงกายทีละนิดเป็นเวลานับสิบปีโดยไม่ใช้เครื่องจักรหนัก เพื่อไปประดิษฐานเจดีย์ล้อมรอบรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์บนจุดสูงสุด การเดินทางมาเยือนวัดแห่งนี้จึงเป็นการสัมผัสเรื่องราวที่ร้อยเรียงกันตั้งแต่ความงดงามของพุทธศิลป์ด้านล่าง ไปจนถึงบทพิสูจน์แห่งความเพียรบนยอดผา ที่ทำให้เจดีย์สีขาวดูเหมือนลอยอยู่ท่ามกลางม่านหมอกและสรวงสวรรค์ เป็นเครื่องยืนยันถึงพลังศรัทธาที่หยั่งรากลึกและกลายเป็นมรดกทางจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ของชาวลำปางมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากคุณค่าทางศาสนาแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็น จุดชมทัศนียภาพแบบ 360 องศาที่เผยให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของอำเภอแจ้ห่มและอำเภอเมืองปานอย่างสุดสายตา ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาหินปูนที่รูปร่างแปลกตาตามธรรมชาติสร้างสรรค์ ซึ่งดึงดูดนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาสัมผัสความมหัศจรรย์ระดับ Unseen Thailand นี้ด้วยตาตนเอง การเดินขึ้นสู่ยอดเขาเปรียบเสมือนการเดินทางทางจิตวิญญาณที่ช่วยขัดเกลาความอดทนและสร้างสมาธิในทุกย่างก้าว จนกลายเป็นหนึ่งในพิกัดท่องเที่ยวที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลังและเงียบสงบที่สุดในภาคเหนือ ตลอดเส้นทางเดินเท้านักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับพันธุ์ไม้หายากและอากาศที่บริสุทธิ์สดชื่นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ทะเลหมอกจะเข้าปกคลุมยอดเจดีย์จนดูราวกับวิมานบนดินที่ลอยอยู่อย่างน่าทึ่ง สถานที่แห่งนี้จึงเป็นมากกว่าเพียงแค่จุดถ่ายภาพ แต่เป็นพุทธสถานที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามและความสามัคคีที่สามารถเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติได้อย่างงดงามและยั่งยืน
วิธีการเดินทาง
-
รถส่วนตัว: จากตัวเมืองลำปาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 (ลำปาง-แจ้ห่ม) มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 60 กม. เมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอแจ้ห่ม ให้สังเกตป้ายบอกทางวัดเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านใหม่เหล่ายาว และขับต่อไปตามทางคอนกรีตอีกประมาณ 5 กม. จนถึงลานจอดรถส่วนล่าง
-
การขึ้นยอดเขา: ไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขึ้นเอง นักท่องเที่ยวต้องใช้บริการรถสองแถวขับเคลื่อนสี่ล้อของเจ้าหน้าที่ ณ จุดจอดรถด้านล่าง เพื่อขึ้นไปยังจุดเริ่มเดินเท้าบนเขา ระยะทางประมาณ 1 กม.
คำแนะนำ
-
การเตรียมตัว: หลังจากลงรถสองแถว ต้องเดินเท้าขึ้นบันไดเหล็กและไม้ต่ออีกประมาณ 300-400 เมตร (ใช้เวลา 15-30 นาที) แนะนำให้สวมรองเท้าผ้าใบและเตรียมน้ำดื่มพกพาสะดวก
-
ช่วงเวลาแนะนำ: ควรมาถึงช่วง 07:00 - 09:00 น. เพื่อชมทะเลหมอกและเลี่ยงอากาศร้อนจัดในช่วงบ่าย
-
ข้อปฏิบัติ: แต่งกายสุภาพ (งดกางเกงสั้นเหนือเข่าและเสื้อแขนกุด) และงดใช้เสียงดังเมื่ออยู่บนยอดเขา
ค่าเข้าชม:
-
ค่ารถรับ-ส่ง: ประมาณ 90 - 120 บาทต่อคน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามจำนวนผู้โดยสาร)
-
ค่าบำรุงสถานที่: ชาวไทย 50 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
วันจันทร์ - ศุกร์: 07:30 น. – 16:30 น.
-
วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 06:30 น. – 16:30 น. เปิดเร็วกว่าปกติเพื่อให้นักท่องเที่ยวชมแสงเช้า