“มรดกโลกทางวัฒนธรรมโดย UNESCO ที่มีอายุกว่าพันปี โดดเด่นด้วยการวางผังเมืองแบบ เมืองซ้อนเมือง และสถาปัตยกรรมเขาคลังนอกที่ได้รับฉายาว่า มหาสถูปแห่งทวารวดี”
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ (Si Thep Historical Park) คือความภาคภูมิใจล่าสุดของไทยในฐานะ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่โดย UNESCO ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2566 เมืองโบราณแห่งนี้เปรียบเสมือนแคปซูลกาลเวลาที่เก็บรักษาความรุ่งเรืองของอารยธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมเขมรโบราณไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ความเป็นมา ของศรีเทพเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 1,500 ปีก่อน โดยเป็นศูนย์กลางทางการค้าและศาสนาที่เชื่อมโยงภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าด้วยกัน ความโดดเด่นของที่นี่คือการวางผังเมืองแบบ เมืองซ้อนเมือง ซึ่งประกอบด้วยเมืองในที่เป็นรูปทรงกลมและเมืองนอกที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สะท้อนถึงภูมิปัญญาการจัดการน้ำและการขุดคูเมืองที่เป็นเลิศของคนโบราณ จนกลายเป็นต้นแบบการสร้างเมืองในยุคต่อมา
ในด้านของ สถาปัตยกรรม ศรีเทพมีโบราณสถานขนาดมหึมาที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก โดยเฉพาะ เขาคลังนอก มหาสถูปขนาดใหญ่ที่มีฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูงตระหง่าน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดียและทวารวดีจนได้ชื่อว่าเป็น พีระมิดเมืองไทย นอกจากความใหญ่โตแล้ว รายละเอียดการตกแต่งยังมีความประณีตอย่างมาก เช่นที่ เขาคลังใน ซึ่งมีภาพปูนปั้นรูป คนแคระ แบกฐานเจดีย์ที่มีใบหน้าและเครื่องแต่งกายหลากหลายรูปแบบ สะท้อนถึงความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติมาตั้งแต่สมัยโบราณ ภาพสลักเหล่านี้ยังคงความสมบูรณ์และแสดงถึงฝีมือช่างชั้นสูงที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้ศรีเทพยิ่งใหญ่ระดับมรดกโลกคือการเป็นศูนย์รวมของความเชื่อทางศาสนาที่หลากหลาย ทั้งพุทธศาสนาและพราหมณ์-ฮินดู เห็นได้จาก ปรางค์ศรีเทพ และ ปรางค์สองพี่น้อง ซึ่งเป็นปราสาทขอมโบราณที่สร้างด้วยอิฐและศิลาแลงอย่างสง่างาม ภายในอุทยานยังมี หลุมขุดค้นทางโบราณคดี ที่จัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์โบราณและเครื่องประดับล้ำค่า ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้มีการตั้งถิ่นฐานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแตก่อนประวัติศาสตร์ ความสวยงามของที่นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่ก้อนอิฐหรือรอยสลัก แต่คือร่องรอยแห่งชีวิตและวิญญาณที่ถูกส่งต่อผ่านกาลเวลามานานับพันปี
การเดินทางมาเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพจึงไม่ใช่แค่การเดินชมซากปรักหักพัง แต่คือการเข้ามาสัมผัสกับรากเหง้าของอารยธรรมอุษาคเนย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ไม่ว่าคุณจะเป็นสายประวัติศาสตร์ที่ต้องการหาความรู้ หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปที่อยากมาถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมระดับโลก ท่ามกลางบรรยากาศป่าโปร่งที่ร่มรื่นและเงียบสงบ ที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกทึ่งในความสามารถของบรรพบุรุษไทย และเข้าใจว่าเหตุใด "ศรีเทพ" จึงเป็นมรดกที่คนทั้งโลกต้องร่วมกันรักษาไว้สืบไป
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 (กรุงเทพฯ-พุแค-เพชรบูรณ์) เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 102 จะพบทางแยกขวาเข้าสู่อำเภอศรีเทพ และขับต่อไปตามป้ายบอกทางอีกประมาณ 9 กิโลเมตร
-
รถสาธารณะ: นั่งรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์ หรือ กรุงเทพฯ-หล่มสัก มาลงที่หน้าอำเภอศรีเทพ แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่อุทยานฯ
คำแนะนำ
-
การแต่งกาย: เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่งแจ้งและแดดค่อนข้างแรง ควรเตรียมหมวก ร่ม หรือทาครีมกันแดดมาให้พร้อม และควรสวมรองเท้าที่เดินสบายเพราะพื้นที่กว้างขวาง
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: ช่วงเช้า (08:00 - 10:00 น.) หรือช่วงบ่ายแก่ๆ จะได้แสงแดดที่สวยงามสำหรับการถ่ายรูปโครงสร้างโบราณสถาน
-
กฎระเบียบ: ห้ามปีนป่ายบนโบราณสถาน ห้ามขีดเขียน หรือเคลื่อนย้ายวัตถุใดๆ ออกจากพื้นที่ เพื่อช่วยกันรักษาความสมบูรณ์ของมรดกโลก
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น.