โบราณสถาน สมัยทวารวดี
3032
รวมโบราณสถานสำคัญๆ ในสมัยทวารวดี ในประเทศไทย(ปัจจุบัน)“ทวารวดี” อาณาจักร์โบราณ อายุเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 12 (พ.ศ. 1100) ถึงพุทธศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1400) แถบจังหวัดนครปฐมในปัจจุบัน เป็นสถานที่ค้นพบโบราณสถานและวัตถุหลักฐานมากที่สุด จึงคาดว่าเป็นจุดศูนย์รวมของอาณาจักรทวารวดี ครอบคลุมจังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี ลพบุรี ไปจนถึงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน และภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ชาวมอญและละว้าในอาณาจักรทวาราวดีมีการติดต่อค้าขายทางทะเลอย่างกว้างขวาง เพราะมีเส้นทางออกสู่ทะเลมากมาย เมื่อความรุ่งเรืองของอาณาจักรทวารวดีค่อยๆเสื่อมลง ฝ่ายขอมจึงฉวยโอกาสเข้าตีเมือง อาณาจักรทวารวดีถึงกาลล่มสลายและตกอยู่ในอำนาจของขอมอย่างสมบูรณ์เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 16
ในสมัยอาณาจักรทวารวดีได้รับอิทธิพลทางศาสนาพุทธและฮินดู สถาปัตยกรรมแบบทวาราวดีที่หลงเหลือถึงปัจจุบันจึงมักเหลือเพียงซากฐานโบราณสถาน ดังเช่นที่พบในแหล่งโบราณคดีที่นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และลพบุรี มักก่ออิฐและใช้สอดิน บางแห่งมีการใช้ศิลาแลงบ้าง การก่อสร้างบริเวณฐานเจดีย์มักเป็นรูปฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า ย่อมุม และมีบันไดลงไปด้านล่าง ส่วนเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำมียอดแหลมอยู่ด้านบน สันนิษฐานว่าเป็นแบบอย่างที่รับจากศิลปะอินเดียสมัยปาละ
กล่าวคือ สถาปัตยกรรมสมัยทวารวดีที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาเช่นเดียวกับประติมากรรม ได้แก่ โบสถ์ วิหาร เจดีย์ต่างๆ ซึ่งมักอยู่ในสภาพปรักหักพัง ส่วนใหญ่เป็นอาคารก่ออิฐสอดิน มีแผนผังแตกต่างกันออกไป เช่น ผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือผังกลม อิฐที่ใช้มักมีขนาดใหญ่ มีแกลบผสม หรืออาจใช้ศิลาแลงบ้างในบางครั้ง ในจังหวัดนครปฐม ได้พบสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี อยู่หลายแห่งด้วยกัน ที่สำคัญเช่น เจดีย์พระประโทน เจดีย์จุลประโทน เจดีย์วัดพระเมรุ เป็นต้น
ตัวอย่างสถาปัตยกรรมทวารวดีเท่าที่มีการสำรวจทางโบราณคดี อาทิ วัดพระเมรุและเจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม ปรากฏประติมากรรมดินเผาและปูนปั้นประดับอยู่รอบฐาน (ส่วนใหญ่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม) และที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี บ้านโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองฟ้าแดดสูงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ และเมืองพระรถ ดงศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
พระปฐมเจดีย์ เป็นพระมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย การที่ได้ชื่อว่าพระปฐมเจดีย์นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ทรงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นพระเจดีย์เก่ากว่าพระเจดีย์อื่น ๆ ในประเทศสยาม
สันนิษฐานว่าสร้างสมัยทวาราวดี ตั้งอยู่ที่เมืองนครไชยศรีในสมัยก่อน ปัจจุบันอยู่ในอำเภอเมืองนครปฐม จากเอกสารเก่าที่บันทึกเรื่องนี้ไว้มีประวัติว่า พระปฐมเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๕๐๐ ก็มี พ.ศ. ๑๐๐๐ ก็มี พ.ศ. ๑๑๘๕ ก็... ดูเพิ่มเติม
สันนิษฐานว่าสร้างสมัยทวาราวดี ตั้งอยู่ที่เมืองนครไชยศรีในสมัยก่อน ปัจจุบันอยู่ในอำเภอเมืองนครปฐม จากเอกสารเก่าที่บันทึกเรื่องนี้ไว้มีประวัติว่า พระปฐมเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๕๐๐ ก็มี พ.ศ. ๑๐๐๐ ก็มี พ.ศ. ๑๑๘๕ ก็... ดูเพิ่มเติม
วัดพระประโทณเจดีย์สันนิษฐานว่าการสร้างครั้งแรกสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ห่างจากที่ตั้งวัดปัจจุบัน ไปทางทิศเหนือขององค์พระประโทณเจดีย์ประมาณ 1,200 เมตร
วัดพระประโทณเจดีย์ปัจจุบันสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2324 ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระประโทณเจดีย์ประมาณ 20 เมตร สันนิษฐานว่าย้ายมาจากที่เดิมเมื่อ 200 ปีเศษ เพราะมีกุฏิโบราณหลังหนึ่งจารึกตัวหนังสือและตัวเลขด้วยปูนบอกว่าซ่... ดูเพิ่มเติม
วัดพระประโทณเจดีย์ปัจจุบันสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2324 ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระประโทณเจดีย์ประมาณ 20 เมตร สันนิษฐานว่าย้ายมาจากที่เดิมเมื่อ 200 ปีเศษ เพราะมีกุฏิโบราณหลังหนึ่งจารึกตัวหนังสือและตัวเลขด้วยปูนบอกว่าซ่... ดูเพิ่มเติม
เมืองเก่าศรีเทพ เดิมชื่อ "เมืองอภัยสาลี" ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็น" เมืองศรีเทพ" เป็นเมืองที่สร้างขึ้นในยุคของขอมเรืองอำนาจ ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เมืองศรีเทพ เป็นเมืองที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ มีเนื้อที่ประมาณ 2,889 ไร่ หรือ 4.7 ตรกม.. ภายในตัวเมืองศรีเทพแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เมืองส่วนใน มีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 กม. มีช่องทางเข้าออก 8 ช่องทาง พื้นที่ภายในเ...
ดูเพิ่มเติม
เมืองโบราณศรีมโหสถ ตั้งอยู่ที่บ้านโคกวัด ตำบลโคกปีบ เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นรูปไข่ หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน มีเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่ ลักษณะของเมืองมีคูเมือง และ คันดินกำแพงเมืองล้อมรอบคูน้ำ ภายในเมืองมีโบราณสถาน เนินดิน สระน้ำ บ่อน้ำ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปกว่า 100 แห่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี หลักฐานส่วนใหญ่ที่พบมักจะเกี่ยวเนื่องกับศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู เช่น เทวาล...
ดูเพิ่มเติม
รอยพระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก (Buddha Footprint at Khao Dee Salak Temple) นับเป็นโบราณวัตถุชิ้นเอกและเป็นหัวใจสำคัญของวัดเขาดีสลัก จังหวัดสุพรรณบุรี รอยพระพุทธบาทแห่งนี้ถูกค้นพบโดยความบังเอิญจากการสำรวจพื้นที่บนยอดเขา และต่อมาได้รับการตรวจสอบยืนยันจากกรมศิลปากรว่าเป็นรอยพระพุทธบาทของแท้ดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีในระดับชาติ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของพร...
ดูเพิ่มเติม
ถ้ำฤาษีเขางู ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ในบริเวณสวนสาธารณะเขางู ตำบลเกาะพลับพลา ลักษณะเป็นถ้ำหรือศาสนสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา ภายในถ้ำพบพระพุทธรูปจำหลักติดผนังถ้ำ เป็นพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท ปางแสดงธรรมเทศนา ตามแบบพุทธศิลป์สมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11–13) รู้จักกันทั่วไปว่า พระพุทธฉายถ้ำฤาษีเขางู ลักษณะพระพักตร์แบน พระขนงเป็นเส้นนูนโค้งต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเนตรโปน พระนาสิกแบน พระโอษฐ์หน...
ดูเพิ่มเติม
เมืองโบราณบ้านคูบัว กรมศิลปากรได้ขุดค้นและศึกษาเรื่องเมืองโบราณที่คูบัว ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีต่างๆ มากมาย เช่น เศียรพระพุทธรูปสมัยโบราณต่างๆ ซึ่งหลักฐานต่างๆ เหล่านี้ได้ตั้งแสดงที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และมีบางส่วนเก็บรักษาไว้ที่วัดโขลง ตำบลคูบัว อำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี จากการศึกษาและค้นคว้าเมืองโบราณที่คูบัวนี้ ทำให้ทราบว่าได้รับอิทธิพลศิลปกรรมจากช่างสมัยราชวงศ์คุปตะ ประเทศอินเดีย...
ดูเพิ่มเติม
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ราชบุรี เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองราชบุรี "ชยราชบุรี" ตามที่ปรากฎในศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ รัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1725-1760) มหาราชองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเขมรโบราณ ร่วมกับอีก 5 เมือง คือ ลโวทยปุระ (เมืองลพบุรี) สุวรรณปุระ (เมืองสุพรรณบุรี) ศัมพูกปัฏฏนะ (เมืองโกสินารายณ์ อ.บ้านโป่ง) ศรีวิชัยสิงหะบุรี (เมืองสิงห์ กาญจนบุรี) และศรีชัยวัชรบุรี (เมืองเพชร...
ดูเพิ่มเติม
แหล่งโบราณคดีบ้านดงละคร (Ban Dong Lakhon Archaeological Site) เป็น ซากเมืองโบราณ ที่มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ มีคันดินและคูน้ำล้อมรอบ ซึ่งเป็นลักษณะของเมืองโบราณใน สมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) ในบริเวณตัวเมืองและนอกเมืองได้มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุสำคัญมากมาย เช่น เครื่องปั้นดินเผา ลูกปัดแก้ว เครื่องมือเหล็ก พระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลาจารึก และสิ่งก่อสร้างที่เคยเป็น ศาสนสถานขน...
ดูเพิ่มเติม
พระธาตุเมืองพระรถ (Phra That Mueang Phra Rot) ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานในชุมชน แต่คือ หมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของคาบสมุทรอินโดจีน ในฐานะศูนย์กลางของเมืองโบราณสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 12-16 ซึ่งถือเป็นยุคทองของการแผ่ขยายพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจากอินเดียเข้าสู่ดินแดนไทย จากหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศและงานสำรวจทางโบราณคดี เมืองพระรถมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลบมุม ครอบคลุมพื้นที่กว่า 60...
ดูเพิ่มเติม
เมืองโบราณจันเสน และ พิพิธภัณฑ์จันเสน (Chansen Ancient City & Museum) คือหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตของจังหวัดนครสวรรค์ สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของชุมชนเกษตรกรรมและเครือข่ายการค้าขายในยุคต้นประวัติศาสตร์ของภาคกลางประเทศไทย
ร่องรอยอารยธรรมทวารวดี
เมืองโบราณแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ โดดเด่นด้วย ผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมมุมมน ล้อมรอบด้วยคูเมืองกว้าง ซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยอย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบัน ... ดูเพิ่มเติม
ร่องรอยอารยธรรมทวารวดี
เมืองโบราณแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ โดดเด่นด้วย ผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมมุมมน ล้อมรอบด้วยคูเมืองกว้าง ซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยอย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบัน ... ดูเพิ่มเติม
เมืองโบราณโนนเมือง (Non Muang Ancient Town) หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า "กู่โนนเมือง" นับเป็นอัญมณีเม็ดงามทางโบราณคดีของจังหวัดขอนแก่น โดยมีลักษณะทางกายภาพเป็นเมืองที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ (Moated Site) ตั้งอยู่บนเนินดินสูงรูปวงรีคล้ายหยดน้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางอันเป็นแหล่งชุมชนโบราณขนาดใหญ่ที่มีวิวัฒนาการทางสังคมอย่างต่อเนื่องยาวนาน ความโดดเด่นของที่นี่คือการพบร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย...
ดูเพิ่มเติม
พระพุทธรูปมิ่งเมือง เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีสร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง เหมือนพระพุธทรูปยืนมงคลเสร็จพร้อมกันแล้วทำการฉลองยางมโหฬาร ปรากฎว่าตั้งแต่ได้สร้างพระพุทธรูปทั้งสององค์แล้วฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล พระพุทธรูปยืนมงคล พระพุทธรูปสององค์ และพระพิมพ์กันทรวิชัย เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคาระบูชาของชาวอำเภอกันทรวิชัย และชาวจังหวัดมหาสารคามทุกคน ไม่ว่าจะกราบไหว้ขอพร หรือบนบานศาลกล่าว ก็ได้สมใจนึ...
ดูเพิ่มเติม
นอกจากภูปอจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง ประชาชนในท้องถิ่นจัดงานสมโภชน์พระพุทธไสยาสน์ขึ้นประมาณเดือนเมษายนของทุกปี สร้างขึ้นประมาณ พุทธศตวรรษที่ 12-14 ลักษณะศิลปกรรมสร้างตามศิลปกรรมแบบทวารวดี สกุลช่างอีสาน ความยาวของภาพสลัก 3.30 เมตร กว้าง 1.27 เมตร ภาพสลัก ณ ที่นี้มิได้สลักแต่รูปองค์พระลอย ๆ แต่...
ดูเพิ่มเติม
15
พระธาตุยาคู
พระธาตุยาคู หรือ พระธาตุใหญ่ เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อนด้วยอิฐปรากฎการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกันคือ ส่วนฐานะเป็นรูปสี่เหลี่ยนมย่มมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นไปเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยม ซึ่งสร้างซ้อมทับบนฐานแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ รอบๆองค์พระธาตุพบในเสมาแกะสลักภาพนู... ดูเพิ่มเติม