“นั่งรถรางชมวิวสันเขื่อนที่ยาวกว่า 4 กิโลเมตร สักการะพระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย และตื่นตาตื่นใจกับเส้นทางรถไฟที่ทอดผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่”
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (Pa Sak Jolasid Dam) เป็นเขื่อนแกนดินเหนียวที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาด้านทรัพยากรน้ำมาอย่างยาวนาน ชื่อ “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” มีความหมายอันเป็นมงคลว่า “เขื่อนกักเก็บน้ำในแม่น้ำป่าสักที่มีประสิทธิภาพ” สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ปัจจุบันเขื่อนแห่งนี้ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นโครงการชลประทานที่สำคัญของประเทศ แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของจังหวัดลพบุรีและภาคกลาง
ความโดดเด่นสำคัญของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์คือ สันเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ด้วยความยาวกว่า 4,860 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการ รถรางนำเที่ยว เพื่อชมทัศนียภาพบนสันเขื่อนตลอดแนว เส้นทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสสายลมเย็นสบายและชมวิวพาโนรามาของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายทะเลน้ำจืดอันกว้างไกล สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและประทับใจในความยิ่งใหญ่ของโครงการพระราชดำริ
ตลอดเส้นทางบนสันเขื่อนจะมีจุดแวะสำคัญให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปสักการะ พระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย (หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก) พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอย่างสง่างามริมอ่างเก็บน้ำ เป็นศูนย์รวมศรัทธาและเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นเป็นสุขของพื้นที่ ผู้มาเยือนมักแวะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมชื่นชมทัศนียภาพโดยรอบที่สวยงามและเงียบสงบ
อีกหนึ่งไฮไลต์ระดับ Unseen Thailand ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์คือ เส้นทางรถไฟลอยน้ำ ในช่วงฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำในเขื่อนจะเพิ่มสูงจนท่วมถึงฐานทางรถไฟ เมื่อขบวนรถไฟวิ่งผ่านจึงเกิดภาพที่ดูราวกับรถไฟกำลังลอยอยู่บนผืนน้ำ ในแต่ละปีการรถไฟแห่งประเทศไทยจะจัดขบวนรถไฟนำเที่ยวพิเศษ เพื่อพานักท่องเที่ยวมาสัมผัสปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจนี้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ภายในบริเวณเขื่อนยังมี พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งจัดแสดงความรู้ด้านธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเขื่อน และพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพื้นที่สวนหย่อมและจุดชมวิวที่เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน ชมทิวทัศน์ และรอชมพระอาทิตย์ตกดิน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จึงเป็นสถานที่ที่ผสานทั้งความรู้ ความศรัทธา และความงดงามของธรรมชาติไว้ในที่เดียว เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนของทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองลพบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3017 มุ่งหน้าสู่อำเภอพัฒนานิคม ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร ถนนดีและมีป้ายบอกทางตลอดเส้นทาง
รถไฟ:
- สามารถนั่งรถไฟสายท้องถิ่นมาลงที่สถานีรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หรือจองขบวนรถไฟนำเที่ยวพิเศษในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- แนะนำให้ไปช่วงเช้า (07:00 - 09:00 น.) หรือช่วงเย็น (16:00 - 18:00 น.) เพื่อหลีกเลี่ยงแดดร้อนและชมแสงพระอาทิตย์ที่สวยงาม
กิจกรรม:
- การนั่งรถรางชมสันเขื่อนเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ค่าบริการเพียงไม่กี่สิบบาทแต่ได้ชมวิวที่คุ้มค่ามาก
ของฝาก:
- บริเวณทางเข้ามีตลาดจำหน่ายสินค้า OTOP และของฝากพื้นเมือง เช่น ปลาส้ม และผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดของดีเมืองพัฒนานิคม
การเตรียมตัว:
- หากต้องการนั่งรถราง ควรเตรียมร่มหรือหมวก และกล้องถ่ายรูปให้พร้อมเพราะวิวบนสันเขื่อนสวยมาก
ค่าเข้าชม
-
บุคคลทั่วไป: ฟรี (ไม่มีค่าเข้าพื้นที่เขื่อน)
-
ค่ารถราง: ผู้ใหญ่ 25 บาท / เด็ก 10 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เวลาทำการ
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.