“ชมซากเจดีย์สิบหกเหลี่ยมขนาดมหึมาที่ภายในกลวงเป็นคูหาบรรจุอัฐิธาตุของทหารนิรนามจำนวนมาก และสัมผัสร่องรอยการก่อสร้างที่ซ้อนทับกันถึง 2 สมัย”
วัดสนามชัย (Sanam Chai Temple) เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรี โดยมีเจดีย์เก่าแก่ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง ตั้งอยู่นอกเขตกำแพงเมืองโบราณทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสุพรรณบุรี หรือแม่น้ำท่าจีน บริเวณโดยรอบในอดีตน่าจะเป็นพื้นที่ชุมชนสำคัญ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำสายหลักที่ใช้ในการคมนาคม การค้า และการตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาแต่โบราณ
ภายในวัดมีเจดีย์ประธานขนาดใหญ่ มีฐานเป็นรูปทรงสิบหกเหลี่ยม ซึ่งนับเป็นรูปแบบที่พบได้ไม่บ่อยในศิลปกรรมไทย ปัจจุบันส่วนยอดของเจดีย์ได้พังทลายลงตามกาลเวลา เหลือเพียงฐานชั้นล่างที่ยังคงแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต นักวิชาการด้านโบราณคดีสันนิษฐานว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะเป็นต้นแบบสำคัญของศิลปกรรมแบบอู่ทองหรือสุพรรณภูมิในยุคแรก และพัฒนาต่อมาเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมในสมัยถัดไป ภายในองค์เจดีย์เป็นโพรง มีลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยม แสดงให้เห็นถึงเทคนิคการก่อสร้างที่ซับซ้อนและก้าวหน้าของช่างในยุคนั้น
ในช่วงปี พ.ศ. 2504–2505 กรมศิลปากรได้เข้าดำเนินการขุดแต่งและศึกษาทางโบราณคดีบริเวณองค์เจดีย์ และได้ค้นพบอัฐิธาตุจำนวนมากปะปนอยู่กับเถ้าถ่าน บรรจุอยู่ภายในองค์พระเจดีย์ด้านทิศตะวันออก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และบริบทของพื้นที่ เชื่อกันว่าอัฐิเหล่านี้อาจเป็นของทหารที่เสียชีวิตจากการทำสงครามกับพม่าในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเมืองสุพรรณบุรีในฐานะเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
วัดสนามไชยเป็นวัดร้างที่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับปีที่สร้าง อย่างไรก็ตาม พงศาวดารเหนือได้กล่าวถึงวัดแห่งนี้ โดยระบุว่าในปี พ.ศ. 1706 พระเจ้ากาแต ซึ่งมีเชื้อสายจากหงสาวดี ได้เสด็จมาครองราชย์ ณ เมืองพันธุมบุรี และโปรดให้มีการสร้างวัดสนามไชยขึ้น โดยมอบหมายให้มอญน้อยซึ่งเป็นเชื้อสายเดียวกันเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมกับการบูรณะวัดสำคัญหลายแห่งในพื้นที่ เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าวัดสนามไชยมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง การศาสนา และการตั้งเมืองในยุคนั้นอย่างใกล้ชิด
จากหลักฐานทั้งหมด ทำให้เชื่อได้ว่าในช่วงที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง วัดสนามไชยน่าจะเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของเมือง จนกระทั่งเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2310 เมืองสุพรรณบุรีถูกทิ้งร้าง วัดสนามไชยจึงเสื่อมสภาพและกลายเป็นวัดร้างไปพร้อมกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2547–2548 สำนักงานศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี ได้ทำการขุดตรวจเพิ่มเติมบริเวณฐานเจดีย์และแนวกำแพงล้อมรอบ ผลการศึกษาสันนิษฐานว่าเจดีย์ประธานแห่งนี้น่าจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 20 บนพื้นที่ที่เคยเป็นชุมชนขนาดใหญ่ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 โดยมีระเบียงคตล้อมรอบองค์เจดีย์ และมีอุโบสถตั้งอยู่นอกระเบียงคตทางทิศตะวันตก แสดงถึงผังวัดที่สมบูรณ์และมีความสำคัญในอดีต
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 340) ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 2-3 กิโลเมตร
รถสาธารณะ:
- สามารถใช้บริการรถประจำทางที่ผ่านถนนสาย 340 หรือนั่งรถตุ๊กตุ๊กจากตลาดเมืองสุพรรณบุรีมาส่งได้โดยตรง
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- ช่วงเย็น (16:00 - 17:30 น.) บรรยากาศจะร่มรื่นมาก มีผู้คนมาวิ่งออกกำลังกายและเดินพักผ่อน และแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยให้ถ่ายภาพเจดีย์โบราณออกมาได้สวยงามที่สุด
การเตรียมตัว:
- เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างกว้างและเป็นสวนสาธารณะที่มีต้นไม้เยอะ แนะนำให้เตรียมสเปรย์กันยุงหากมาเดินในช่วงเย็น
กิจกรรมแนะนำ:
- นอกจากการชมโบราณสถานแล้ว สามารถเดินวิ่งออกกำลังกายรอบบริเวณ หรือพาครอบครัวมาใช้พื้นที่สนามเด็กเล่นได้
การวางแผน:
- สามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับวัดป่าเลไลยก์วรวิหารและศาลเจ้าพ่อหลักเมืองได้ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลกัน
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน เวลา 06:00 – 19:30 น. (ตัวโบราณสถานชมได้ตลอด แต่ช่วงค่ำจะมีไฟส่องสว่าง)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 2 รายการ)รีวิวเมื่อ 6 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 29 ส.ค. 55