“ชมความงามของ "พระอุโบสถกลางน้ำ" ที่มีศิลปะไม้แกะสลักอ่อนช้อย และในช่วงฤดูหนาว วัดแห่งนี้จะกลายเป็นจุดชมกล้วยไม้ช้างกระที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณวัด”
วัดป่ามัญจาคีรี (Wat Pa Mancha Khiri) หรือเดิมมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "วัดป่าบ้านมะขาม" ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2494 โดยพระอาจารย์พรหม จกฺกสิริ เป็นวัดป่าสายวิปัสสนากรรมฐาน (ธรรมยุต) ที่มีความสำคัญยิ่งของจังหวัดขอนแก่น พื้นที่ของวัดมีลักษณะเป็นโคกพรรณไม้โบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้มานานกว่าศตวรรษ บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ความโดดเด่นประการแรกที่ทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติคือ "หมู่มวลกล้วยไม้ช้างกระธรรมชาติ" ที่เติบโตและขยายพันธุ์ตามธรรมชาติบนต้นมะขามยักษ์อายุกว่า 200 ปี จำนวนเกือบ 300 ต้น รอบบริเวณวัด ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางพฤกษศาสตร์ที่หาได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เนื่องจากกล้วยไม้เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการปลูกโดยมนุษย์ แต่เป็นการพึ่งพาอาศัยกันตามระบบนิเวศดั้งเดิม โดยในช่วงฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์) ดอกช้างกระจะบานสะพรั่งพร้อมกันนับแสนช่อ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณพื้นที่วัดและหมู่บ้านใกล้เคียง
ในด้านสถาปัตยกรรม ศาสนสถานที่เป็นหัวใจสำคัญคือ "สิมกลางน้ำ" (พระอุโบสถกลางน้ำ) ซึ่งมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน ตัวสิมเป็นโครงสร้างไม้ตั้งอยู่บนเสาปูนกลางสระน้ำขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บรรพชาอุปสมบทตามคติ "อุทกสีมา" หรือการใช้น้ำแทนกำแพงแก้วเพื่อความบริสุทธิ์ของพิธีกรรมตามพุทธบัญญัติ หลังคาของสิมมุงด้วยไม้แป้นเกล็ด มีทวดทรงอ่อนช้อยตามแบบฉบับช่างศิลป์มัญจาคีรี นอกจากนี้ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ และมีศาลาการเปรียญไม้หลังเก่าที่ยังคงรักษาโครงสร้างไม้แบบโบราณไว้อย่างสมบูรณ์
ไม่เพียงแต่ความงามทางกายภาพ วัดป่ามัญจาคีรียังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและการปฏิบัติธรรมที่เคร่งครัด สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบใต้ร่มเงาของต้นมะขามโบราณและเสียงนกร้องตามธรรมชาติ ทำให้ที่นี่เป็นสัปปายะสถานสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาพระธรรมอย่างแท้จริง การมาเยือนวัดป่ามัญจาคีรีจึงเป็นการสัมผัสถึงความศรัทธาในบวรพุทธศาสนาที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของชาวอีสานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2731 มุ่งหน้าสู่อำเภอมัญจาคีรี ระยะทางประมาณ 57 กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอจะมีป้ายบอกทางชัดเจนเพื่อเลี้ยวเข้าไปยังบ้านมะขาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด
คำแนะนำ
-
หากต้องการชมกล้วยไม้ช้างกระบานสะพรั่ง แนะนำให้มาช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนมกราคม
-
ควรแต่งกายสุภาพเนื่องจากเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เน้นความสงบ
-
หากต้องการปฏิบัติธรรมควรสอบถามข้อมูลล่วงหน้า
ค่าเข้าชม:
- ฟรี (ไม่มีค่าเข้าชม) ทั้งสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. – 17:00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนเวลาตามความเหมาะสมในช่วงเทศกาลสำคัญหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 26 ส.ค. 53