“ชมความงามของ "ผ้าไหมมัดหมี่หน้านาง" ที่มีความละเอียดและประณีตสูง พร้อมเรียนรู้ครบวงจรตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ไปจนถึงการทอเป็นผืนผ้า และชมผ้าไหมโบราณที่หาดูได้ยาก”
ศาลาไหมไทย (Sala Mai Thai) หรืออาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาราชินี ตั้งอยู่ภายในบริเวณวิทยาลัยการอาชีพชนบท เป็นศูนย์กลางแห่งการอนุรักษ์และการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น โดยก่อตั้งขึ้นภายใต้โครงการจัดตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผ้าไหมและมัดหมี่ เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมและรักษาศิลปะการทอผ้าไหมมัดหมี่อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอชนบทให้คงอยู่สืบไป
ภายในตัวอาคารมีการจัดแสดงนิทรรศการอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของเส้นใยไหม การจัดแสดงวงจรชีวิตของตัวไหมที่น่าสนใจ ตั้งแต่ระยะไข่ กลายเป็นตัวหนอนไหม การกินใบหม่อน จนถึงการชักใยหุ้มตัวเป็นรังไหมสีทองและสีขาว ซึ่งผู้เข้าชมจะได้เห็นขั้นตอนการสาวไหมแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยความชำนาญและความอดทนอย่างสูงกว่าจะได้เส้นไหมที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ
ไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการจัดแสดง "ผ้าไหมมัดหมี่โบราณ" ลวดลายต่างๆ ที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน เช่น ลายกงเจ็ด ลายขันหมากเบ็ง และลายน้ำพอง ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตและคติความเชื่อของชาวอีสานในอดีต นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดแสดงผ้าไหมมัดหมี่ที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับประเทศ โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่หน้านางที่มีความละเอียดลออในการวางลายผ้าและการให้สีสันที่งดงามประณีต รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการกี่ทอผ้าประเภทต่างๆ ทั้งกี่พื้นเมืองและกี่กระตุก ซึ่งผู้เข้าชมสามารถศึกษาเทคนิคการมัดลายผ้าและการทอผ้าให้เกิดลวดลายที่ซับซ้อนได้จากหุ่นจำลองและสาธิตการทำงานจริง
นอกจากความรู้เรื่องผ้าไหมแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหม เพื่อช่วยยกระดับผ้าไหมไทยสู่มาตรฐานสากล ทำให้ศาลาไหมไทยไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของเก่า แต่เป็นพื้นที่แห่งการสืบทอดลมหายใจของมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ (ไปทางโคราช) เมื่อถึงแยกอำเภอบ้านไผ่ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 229 (ไปทางอำเภอชนบท) ขับตรงไปประมาณ 10-12 กิโลเมตร ศาลาไหมไทยจะตั้งอยู่ทางซ้ายมือภายในบริเวณวิทยาลัยการอาชีพชนบท
คำแนะนำ
-
หากมาเป็นหมู่คณะหรือต้องการความรู้เชิงลึก แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าเพื่อขอเจ้าหน้าที่วิทยากรนำชม เพราะข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ของลายผ้าแต่ละชิ้นมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจมากกว่าเพียงแค่การเดินดูด้วยตนเอง
-
อย่าดูแค่เพียงนิทรรศการในอาคารเท่านั้น แนะนำให้เดินไปชมในส่วนของโรงทอหรือพื้นที่สาธิตที่คุณจะได้รับอนุญาตให้ดูการ "มัดหมี่" หรือการขึงด้ายจริงๆ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจความยากลำบากของงานศิลปะชนิดนี้ได้ดีขึ้น
-
หากตั้งใจจะซื้อผ้าไหมคุณภาพเยี่ยมกลับบ้าน แนะนำให้ศึกษาลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอชนบท เช่น "ลายกงเจ็ด" หรือ "ลายหมี่คั่น" ไปเบื้องต้น เพื่อให้สามารถสอบถามและเลือกซื้อจากร้านค้าในย่านนั้นได้อย่างเซียน
-
เนื่องจากอำเภอชนบทมีร้านค้าผ้าไหมเรียงรายอยู่บนถนนเส้นหลัก (ถนนแจ้งสนิท) แนะนำให้ใช้เวลาช่วงบ่ายเดินสำรวจตามร้านต่างๆ หลังจากชมพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว เพื่อเปรียบเทียบราคาและลวดลายจากแหล่งผลิตโดยตรง
-
ภายในศูนย์มักจะมีผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านหรือนักเรียนนักศึกษาในวิทยาลัยฯ นำมาจำหน่าย การอุดหนุนสินค้าเล็กๆ น้อยๆ เป็นการช่วยส่งเสริมรายได้และการอนุรักษ์อาชีพทอไหมให้คงอยู่ต่อไป
-
นอกจากการดูผ้าไหมแล้ว ในอำเภอชนบท ยังมี "โฮงมูนมังเมืองชนบท" ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลกัน สามารถแวะไปชมเพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของเมืองชนบทได้ดียิ่งขึ้น
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี: ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น.
-
หมายเหตุ: โดยปกติจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน แต่อาจมีการปิดทำการในวันหยุดนักขัตฤกษ์บางช่วง แนะนำให้ตรวจสอบล่วงหน้าหากเดินทางในช่วงเทศกาล
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 26 ส.ค. 53