“ชมวิวผานางเมินและโค้งปิ้งงูที่สวยงามระดับประเทศ สัมผัสร่องรอยประวัติศาสตร์ ณ ถ้ำเสรีไทย เดินป่าศึกษาธรรมชาติสู่สะพานหินมหัศจรรย์ และสักการะพระธาตุภูเพ็กบนยอดเขาสูง พร้อมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และพรรณไม้ป่านานาชนิด”
อุทยานแห่งชาติภูพาน (Phu Phan National Park) เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทางนิเวศวิทยาและประวัติศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่บนเทือกเขาภูพานซึ่งทอดยาวผ่าน จังหวัดสกลนครและจังหวัดกาฬสินธุ์ สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาหินทรายสลับซับซ้อน ป่าไม้ที่นี่มีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ไปจนถึงป่าดิบแล้ง ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสายที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวอีสานมาช้านาน ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ทำให้ที่นี่กลายเป็นที่อยู่อาศัยของ สัตว์ป่านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าที่มักออกมาให้เห็นเป็นระยะ เก้ง กวาง และนกหายากที่ดึงดูดนักดูนกจากทั่วประเทศ
ในด้านประวัติศาสตร์ อุทยานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งธรรมชาติ แต่ยังเป็น "ขุนเขาแห่งศรัทธาและตำนาน" โดยเป็นที่ตั้งของ พระธาตุภูเพ็ก โบราณสถานขอมที่สร้างขึ้นบนยอดเขาสูงด้วยหินทรายขนาดใหญ่ สะท้อนถึงภูมิปัญญาและการคำนวณดาราศาสตร์ของคนโบราณ นอกจากนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พื้นที่แห่งนี้ยังเคยเป็นสมรภูมิสำคัญและที่ตั้งของ ถ้ำเสรีไทย ซึ่งใช้เป็นคลังแสงและที่หลบภัยลับของขบวนการเสรีไทยในการกู้ชาติ ทำให้ภูพานมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เข้มข้นแฝงอยู่ในทุกอณูของผืนป่า
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและการชมทัศนียภาพ จุดที่ถือเป็นไฮไลท์ระดับประเทศคือ โค้งปิ้งงู เส้นทางที่คดเคี้ยวสวยงามคล้ายงูเลื้อยบนภูเขาซึ่งเป็นประตูสู่ตัวเมืองสกลนคร และ ผานางเมิน จุดชมทิวทัศน์บนหน้าผาสูงชันที่นักท่องเที่ยวมักมากางเต็นท์เพื่อรอชม ทะเลหมอกและแสงแรกของวัน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นจัดในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่าง สะพานหินธรรมชาติ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ทางผีผ่าน" ซึ่งเป็นประติมากรรมหินทรายที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติจนมีลักษณะคล้ายสะพานหินโค้งขนาดใหญ่กลางป่า สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่เดินป่าเข้ามาเยี่ยมชมอย่างมาก
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 (สายสกลนคร-กาฬสินธุ์) เดินทางไปทางทิศตะวันตกประมาณ 25-27 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูพาน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายหลัก การเดินทางสะดวกสบายด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือสามารถนั่งรถโดยสารประจำทางสายที่ผ่านเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ได้
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาแนะนำ: ควรมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มกราคม) เพื่อสัมผัสอากาศเย็นและชมทะเลหมอกที่ผานางเมิน
-
สายถ่ายรูป: ห้ามพลาดการถ่ายรูปกับ "หลักกิโลเมตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย" บริเวณโค้งปิ้งงูใกล้ทางเข้าน้ำตกคำหอม
-
การเตรียมตัว: หากต้องการเข้าชมถ้ำเสรีไทย ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางและสวมรองเท้าที่กระชับเนื่องจากต้องเดินเท้าในป่า
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท / เด็ก 50 บาท
-
ค่ายานพาหนะ: รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาทต่อคัน / รถจักรยานยนต์ 20 บาทต่อคัน
-
ยกเว้นค่าธรรมเนียม: สำหรับผู้สูงอายุชาวไทย (60 ปีขึ้นไป), ผู้พิการ และเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว: 08:00 – 16:30 น. (ทุกวัน)
-
พื้นที่อุทยานแห่งชาติ: โดยปกติเปิดตั้งแต่ 06:00 – 18:00 น. (เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 19 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 19 ก.ค. 53
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 700 เมตร และ 2 กม. ตามลำดับตามทางเดินเท้าจาก ที่ทำการ สองข้างทางจะเป็นป่าพรวงไปตลอดถึงริมหน้าผา ซึ่งเป็นลาดหินทอดยาวหันหน้าไปทางทิศตะวันตกมองเห็นธรรมชาติเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนสวยงาม ส่วนด้านล่างหน้าผามีทางเดินไปลานสาวเอ้ ซึ่งเป็นลานหินธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางป่าเขาและบริเวณหน้าผาสูงชันในเดือนสิงหาคม - ตุลาคม และจะได้พบเห็นดอกไม้ขึ้นสลับสี เป็นทุ่งกว้าง เหมาะสำหรับพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมธรรมชาติ