“ตลาดไม้เก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานไทย-จีน และ "หอดูโจร" สูงตระหง่านที่เป็นสัญลักษณ์ของการป้องกันชุมชนในอดีต”
ตลาดเก้าห้อง (Kao Hong Market) เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างขึ้นในช่วงต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบางปลาม้า หมู่ที่ 2 ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี จากเอกสารทางประวัติศาสตร์และคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในท้องถิ่น ระบุว่าชื่อ “ตลาดเก้าห้อง” มีที่มาจากชื่อของ “บ้านเก้าห้อง” ซึ่งเป็นชุมชนโบราณที่มีประวัติสืบทอดมาอย่างยาวนาน และเป็นศูนย์กลางความเจริญของพื้นที่ในอดีต
ตามเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา ตลาดเก้าห้องเริ่มต้นจากการค้าขายของชาวจีนอพยพผู้หนึ่งชื่อว่า “นายฮง” ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อประกอบอาชีพค้าขายบริเวณบ้านเก้าห้อง ด้วยทำเลที่ตั้งติดแม่น้ำและเหมาะสมต่อการคมนาคมทางน้ำ ทำให้กิจการค้าขายของนายฮงเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว ในราวปี พ.ศ. 2424 นายฮงได้สมรสกับ “นางแพ” ซึ่งเป็นหลานสาวของขุนกำแหงฤทธิ์ แห่งบ้านเก้าห้อง และได้สร้างเรือนแพขึ้นหนึ่งหลัง จอดอยู่ริมแม่น้ำหน้าบ้านเก้าห้องเพื่อใช้เป็นที่ค้าขาย
ในสมัยนั้น บริเวณบ้านเก้าห้องถือเป็นย่านการค้าที่คึกคัก มีเรือนแพค้าขายเรียงรายอยู่สองฝั่งแม่น้ำ สินค้าที่จำหน่ายมีหลากหลายประเภท ทั้งเครื่องบวช เครื่องมือและอุปกรณ์ทำนา ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน นายฮงเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบ้านในชื่อ “เจ๊ก รอด” และต่อมาได้รับการเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า “นายบุญรอด เหลียงพานิช” ซึ่งสะท้อนถึงฐานะและความสำเร็จทางการค้าในยุคนั้น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2467 ได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้น เมื่อโจรเข้าปล้นเรือนแพของนายบุญรอดและทำร้ายนางแพจนถึงแก่กรรม เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตและแนวทางการค้าของนายบุญรอดอย่างมาก ภายหลังไม่นาน นายบุญรอดได้สมรสใหม่กับ “นางส้มจีน” และเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้าขายจากเรือนแพสู่การค้าบนบก เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
นายบุญรอดได้วางผังและสร้างตลาดขึ้นบริเวณฝั่งตรงข้ามบ้านเก้าห้อง โดยย้ายเรือนแพและร้านค้าต่าง ๆ ขึ้นมาค้าขายบนบก ทำให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายทั้งทางน้ำและทางบกของชุมชนโดยรอบ และได้นำชื่อของบ้านเก้าห้องมาใช้เป็นชื่อของตลาดอย่างเป็นทางการว่า “ตลาดเก้าห้อง”
แม้ในปัจจุบัน ความคึกคักของตลาดเก้าห้องจะลดลงเมื่อเทียบกับอดีต มีร้านค้าหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่เอกลักษณ์ของตลาดริมน้ำและบรรยากาศของชุมชนเก่าแก่ยังคงปรากฏให้เห็น ทั้งโครงสร้างอาคารไม้และร่องรอยของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ตลาดเก้าห้องจึงนับเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สะท้อนความรุ่งเรืองของการค้าขายริมแม่น้ำในอดีตของจังหวัดสุพรรณบุรีได้อย่างชัดเจน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองสุพรรณบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 (มุ่งหน้ากรุงเทพฯ) แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอบางปลาม้าตามป้ายบอกทางตลาดเก้าห้อง ประมาณ 9 กิโลเมตรจากตัวเมือง
รถโดยสารสาธารณะ:
- ขึ้นรถตู้สายกรุงเทพฯ - สุพรรณบุรี ลงที่ปากทางอำเภอบางปลาม้า แล้วต่อรถสองแถวท้องถิ่นสายสุพรรณบุรี - เก้าห้อง
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- แนะนำให้มาในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เนื่องจากร้านค้าจะเปิดขายอย่างคึกคักมากกว่าวันธรรมดา
การแต่งกาย:
- สวมใส่เสื้อผ้าเบาสบายและรองเท้าที่เหมาะกับการเดินสำรวจตามตรอกไม้โบราณ
กิจกรรมแนะนำ:
- อย่าพลาดการขึ้นชมหอดูโจร และแวะชิม "ขนมเปี๊ยะร้านตั้งกุ้ยกี่" ที่เป็นตำนานของตลาดแห่งนี้
จุดถ่ายรูป:
- สะพานไม้เชื่อมระหว่างตลาดและหอดูโจรคือจุดที่ถ่ายรูปได้สวยที่สุดจุดหนึ่ง
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี
เวลาทำการ
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น. (ร้านค้าส่วนใหญ่คึกคักในช่วงเช้าถึงบ่าย)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 17 รายการ)รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
ที่ทำการคณะกรรมการพัฒนาตลาดเก้าห้อง
คุณศิริพรรณ ตันศักดิ์ดา โทร. 08 -1828-8695
หรือที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 โทร. 0-3558-7044
ชุมชนตลาดเก้าห้อง โทร. 081 – 7634133 / 081 – 7042183
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต
สถานที่ท่องเที่ยวในตลาด : หอดูโจร พิพิธภัณฑ์บ้านเก้าห้อง ของเก่าโบราณบ้านมหาเจริญ (นาฬิการ และตะเกียง)
ที่เนี่เป็นที่ถ่ายละคร ภาพยนต์ และสารคดี เช่น ลอดลายมังกร ดงดอกเหมย อยู่กับก๋ง
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
ปัจจุบันตลาดกลางมีอายุประมาณ 74 ปี เคยใช้เป็นที่ถ่ายภาพยนต์ ละคร และโฆษณามาแล้วมากมาย เช่น
อั้งยี่, 7 ประจันบาน, อยู่กับก๋ง, แม่เบี้ย
สิ่งที่น่าสนใจได้แก่
โรงสีเก่า
เรือนไม้เก่า
เครื่องพิมพ์โบราณอายุร่วม 80 ปี (โรงพิมพ์ไพโรจน์)
บ้านสะสมเหล้าเก่า
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
ตลาดบน
ตลาดกลาง
และ
ตลาดล่าง
-------------------------------
ตลาดบน มีอายุประมาณ 74 ปี ลักษณะเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น คุมด้วยหลังคาสูง แบบสถาปัตยกรรมจีนปนไทย ประมาณ 20 ห้อง พระชาญสุวรรณเขตเป็นผู้สร้าง
สิ่งน่าสนใจ ได้แก่
-สถาปัตยกรรมเรือนไม้โบราณ 2 ชั้น
-ฮู้ใหญ่โบราณ เดิมที่ชาวบ้านตลาดบนมักเจ็บไข้ได้ป่วยและเสียชีวติอยู่บ่อยๆ เนื่องจากเชื่อกันว่าเกิดมาจากที่เมรุวัดลานคาตั้งตรงข้ามกับตลาดต่อมาจึงให้ซินแสมาตรวจดูว่าเกิดจากสาเหตุใด ภายหลังซินแสได้แนะนำให้สร้างฮู้ขึ้นตั้งไว้บนชื่อ เพื่อเป็นการแก้เคลิด และป้องกันภัญสิ่งไม่ดีต่างๆ ไม่ให้เข้ามาหลังจกานั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านตลาดบนจึงอยู่อย่างสงบสุขเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
-ชักรอก (ม่านบังแสงที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาชาวบัานในอดีต)
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
เฮียบุญชูเป็นคนที่นี่ อากง อาม่าของแกอยู่ที่ตลาดเก้าห้อง ส่วนตัวแก มักจะมาบายมะม่วงดองกับไส้อั่วปากทางเข้าตลาดตลาด
ไส้อั่ว....อร่อยมาก
แกบอกว่ามาเก้าห้อง ต้อง ชิม ไม่ซื้อไม่ว่า
แต่ชิมแล้วต้องซื้อกลับ เพราะอร่อย
ผมไม่ได้ชิมหรอก แต่กลิ่นเครื่องเทศหอมมาก เลยต้องซื้อกลับ
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
พิพิธภํณฑ์ของเก่าเก็บ เอกชน โดยร้านเจริญสวัสตี อยู่ฝั่งตรงข้าม
เจ้าของใจดี ให้การต้อนรับไทยทัวร์พร้อมเล่าประวัติของเก่าสะสมแต่ละชิ้นอย่างละเอียด
ส่วนใหญ่เป็นของใช้จริงในชีวิตประจำวันในอดีต 40-60 ปีก่อน
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
เสาทีวีต้องสูง เพื่อรับสัญญาณได้ชัดขึ้น
กำแพงด้านนอกเป็นสังกะสี หน้าบันบนประตูด้านบันเป็นตะแกงด้วยไม้หรือลวด เพื่อระบายลม ประตูบ้านเป็นแบบบานพับทำด้วยไม้
ผู้เฒ่าผู้แก่ผู้หญิง ใส่เสื้อคอกระเช้า มักออกมานั่งหน้าระเบียงบ้าน รับลมเย็น สนทนากับคนบ้านใกล้เรือนเคียง
คนหนุ่มสาวไม่ค่อยได้อยู่ที่นี่แล้ว ออกไปทำงานกันในกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ นับวันจะหาดูวิถีชีวิตแบบนี้ได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
นอกจากนี้ยังมีคนจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานพร้อมกันโดยพิ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอย่างสงบสุขและมีงานประจำปีของศาลเจ้าพ่อและเจ้าแม่ทั้ง 3 ตลาดซึ่งถือได้ว่าเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม ทั้ง ไทย จีน ลาวพวน
-------------------------------------------------------------------
ภาพศาลเจ้า
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
--------------------------------------
ทิวทัศน์โดยรอบ จากจุดชมวิวน บนหอโจร
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
ผมถ่ายมาครบ ด้านหน้าขวาเป็นตลาด ด้านหน้าซ้ายเป็นตลาดและวัด
ด้านหลังซ้ายเป็นแม่น้ำท่าจีน และบ้านเก้าห้อง
ด้านหลังขวาเป็นม่น้ำท่าจีนและวัด
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
เป็นหอิฐถือปูน ขนาดกว้าง 3 x 3 เมตร สูงเท่าตึก 4 ชั้น ชนบนเป็นลานดาดฟ้า ชั้น 2-3 มีรูเจาะไว้รอบผนัง 4 ด้าน เพื่อไว้สำหรับส่องปืนซุ่มยิงโจรที่จะมาปล้น โดยนายบุญรอด เหลืองพานิช เป็นผู้สร้างขึ้น ใช้เวลาก่อสร้าง ราว 1 ปี เศษ ซึ่งมีพระยารามราชภักดี เจ้าเมืองสุพรรณบุรีในสมัยนั้นได้ทำพิธิเปิดเมื่อปี พ.ศ.2477
เหตุที่สร้างหอนี้มาเพื่อป้องกันโจรผู้ร้ายซึ่งขณะนั้นมีโจรชุกชุมมาก เช่น โจรมเหศวร เสือดำ ฯลฯ จะให้ชายฉกรรจ์เข้าเวรยามที่ป้อมคอยระวังโจรที่จะเข้ามาปล้นตลาด
หอนี้จะมองเห็นทัศนียภาพได้ในระยะไกลไม่ว่าทั้งทางบกและทางน้ำ เมื่อสร้างหอนี้เสร็จทำให้โจรไม่กล้าเข้ามาปล้นตลาดเก้าห้องอีกเลย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 นายบุญรอดได้สร้างป้อม ซึ่งกว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 4 เมตร มี 5 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้า แต่ละชั้นบริเวณฝาผนังของทุกด้านมีรูกลมโต ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว โดยมีพระยารามราชภักดี เจ้าเมืองสุพรรณบุรีในสมัยนั้นมาเป็นผู้ทำพิธีเปิด เหตุที่สร้างป้อมขึ้นมาเพราะในระยะนั้นพวกโจรหรือที่เรียกว่า “เสือ” หลายคนออกปล้นฆ่าตามริมน้ำท่าจีนเสมอ จึงได้สร้างป้อมไว้สังเกตการณ์และมีการเตรียมการป้องกันการปล้นสะดมของเสือทั้งหลายด้วย ถ้าเสือมาคนจะขึ้นไปประจำอยู่ในป้อมตามชั้นต่างๆเอาปืนส่องยิงตามรูทั้ง 4 ด้านของป้อม เพื่อต่อสู้กับเสือที่มาปล้น และจากคำบอกเล่าของยายของผู้เขียนเอง เล่าว่าในสมัยสงครามโลก เวลากลางคืนจะมียามขึ้นไปคอยสังเกตการณ์ บนป้อม ถ้ามีเครื่องบินบินมาก็จะส่งสัญญาณให้คนในตลาดหรี่หรือดับตะเกียงเพื่อไม่ให้เครื่องบินมองเห็นไฟ จะได้ไม่ทิ้งระเบิดลงมา
---------------------------------
ภาพช่องสอดปืน และดูโจร
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53