“สัมผัสความมหัศจรรย์ของ สันทรายเชื่อมเกาะ ที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลใสสองสีท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตร์ยุทธนาวีที่เงียบสงบที่สุดในหมู่เกาะช้าง”
เกาะง่าม (Koh Ngam) เป็นเกาะขนาดเล็กที่มีความสำคัญเชิงภูมิศาสตร์และระบบนิเวศอย่างยิ่ง ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ภูมิประเทศถูกขนานนามว่าเป็น เกาะแฝด เนื่องจากมีภูเขาหินสองลูกตั้งขนานกัน โดยมีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า สันดอนเชื่อมเกาะเป็นตัวเชื่อมภูเขาทั้งสองเข้าด้วยกันด้วยสันทรายสีขาวนวลทอดยาวกว่า 200 เมตร พื้นที่ป่าบนเกาะเป็นแบบป่าดิบแล้งผสมผสานกับพืชชายหาดที่ยังคงความสมบูรณ์สูงมาก เนื่องจากตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยกำบังคลื่นลมได้ดี ทำให้น้ำทะเลรอบเกาะมีความนิ่งสนิทและใสกระจายตัวเป็นสองสี ระหว่างสีเขียวมรกตและสีฟ้าเทอร์ควอยซ์อย่างชัดเจน
ความพิเศษในเชิง ประวัติศาสตร์และกายภาพ เกาะง่ามตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เกิดเหตุการณ์ "ยุทธนาวีเกาะช้าง" เมื่อปี พ.ศ. 2484 ซึ่งทำให้พื้นที่น่านน้ำบริเวณนี้มีมนต์ขลังและเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อนุรักษ์ภายใต้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ใต้ผิวน้ำรอบเกาะง่ามเต็มไปด้วย แนวปะการังโขดและหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหายากนานาชนิด รวมถึงปูไก่และนกทะเลที่มักจะแวะเวียนมาหาอาหารบริเวณสันทรายในช่วงน้ำลด ลักษณะทางธรรมชาติที่เป็นอ่าวปิดกึ่งเปิดเช่นนี้ ทำให้เกาะง่ามเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่แสดงให้เห็นถึงการกัดเซาะและการสะสมของตะกอนทรายที่ใช้เวลานับพันปีในการก่อสร้างสันทรายที่แข็งแรงพอจะเชื่อมเกาะสองลูกเข้าด้วยกัน
สำหรับประสบการณ์ของผู้มาเยือน เกาะง่ามนำเสนอ บรรยากาศความเงียบสงบขั้นสูงสุด ที่หาไม่ได้จากหาดทรายทางฝั่งตะวันตกของเกาะช้าง เนื่องจากไม่มีถนนเข้าถึงและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รบกวนธรรมชาติ กิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลต์คือการ พายเรือคายัคตัดข้ามอ่าวสลักเพชร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องอาศัยพละกำลังแต่แลกมาด้วยทัศนียภาพที่งดงามระดับโลก เมื่อขึ้นสู่เกาะนักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจได้ทั่วทั้งแนวสันทราย หรือเลือกพักผ่อนภายใต้ร่มเงาของทิวสนและต้นมะพร้าวที่ขึ้นตามธรรมชาติ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปตามอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง โดยในช่วงน้ำลดสูงสุดสันทรายจะปรากฏความกว้างและขาวโพลนตัดกับผืนน้ำอย่างอลังการ
ในแง่ของ การถ่ายภาพและงานศิลปะเชิงสถาปัตยกรรมธรรมชาติ เกาะง่ามคือสวรรค์ของการบันทึกภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะ ภาพถ่ายมุมสูง ที่จะเผยให้เห็นโครงสร้างรูปตัว H ของเกาะที่สมมาตรกันอย่างน่าอัศจรรย์ เส้นสันทรายที่มีความโค้งมนรับกับคลื่นเล็กๆ ที่ซัดเข้ามาทั้งสองด้านสร้างจังหวะของแสงและเงาที่น่าหลงใหล สำหรับช่างภาพสายมาโคร แนวหินและซากปะการังฟอกสีตามชายหาดเป็นวัตถุดิบชั้นยอดในการสร้างสรรค์ภาพแนว Abstract ขณะที่ศิลปินวาดภาพมักใช้ความสงบเงียบของที่นี่เป็นสตูดิโอกลางแจ้งเพื่อถ่ายทอดความสงัดของทะเลตราดลงบนผืนผ้าใบ โดยไม่มีเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์หรือฝูงชนจำนวนมาก
เกาะง่ามจึงเป็นบทสรุปของความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ผสมผสานกับวิถีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างลงตัว การได้มายืนอยู่บนสันทรายที่เชื่อมต่อเกาะสองลูกเข้าด้วยกัน ไม่ได้เป็นเพียงการมาเที่ยวชมความสวยงาม แต่คือการเข้าถึง หัวใจของระบบนิเวศหมู่เกาะ ที่ได้รับการรักษาไว้ให้คงเดิมมากที่สุด เป็นพื้นที่ที่กาลเวลาดูเหมือนจะหมุนช้าลงเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
-
โดยการเหมาเรือ: สามารถเหมาเรือหางยาวจากท่าเรือบ้านสลักเพชรหรือบ้านสลักคอก เพื่อเดินทางมายังเกาะง่ามโดยตรง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที
-
โดยการพายเรือคายัค: สามารถเช่าเรือคายัคจากรีสอร์ทบริเวณอ่าวสลักเพชร (เช่น อนันยา รีสอร์ท) แล้วพายข้ามฝั่งมายังเกาะง่าม ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับแรงลม
-
ทางเลือกเพิ่มเติม: การซื้อทริป Private Boat Trip จากผู้ประกอบการในพื้นที่ซึ่งจะรวมกิจกรรมดำน้ำรอบเกาะง่ามไว้ในโปรแกรม
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เดือนธันวาคม ถึง มีนาคม เป็นช่วงที่น้ำทะเลนิ่งที่สุดและใสเป็นพิเศษ เหมาะแก่การพายเรือคายัคข้ามอ่าว
-
อุปกรณ์ที่ควรเตรียม: เตรียมรองเท้าเดินป่าหรือรองเท้าลุยน้ำที่มีพื้นหนา เนื่องจากสันทรายอาจมีหินคมและซากปะการัง และควรเตรียมถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
-
การถ่ายภาพ: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงสาย (10:00 - 11:00 น.) ซึ่งแสงจะส่องลงมาตรงจุดสันทรายพอดี ทำให้เห็นสีน้ำทะเลสองสีชัดเจนที่สุด
-
การเตรียมเสบียง: บนเกาะไม่มีร้านอาหารหรือร้านสะดวกซื้อ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมน้ำดื่มและอาหารว่างมาเอง และต้องนำขยะกลับออกไปทั้งหมด
-
การวางแผน: ควรตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลงก่อนเดินทาง หากมาในช่วงน้ำขึ้นสูงสันทรายอาจจะถูกน้ำท่วมจนไม่เห็นความสวยงามของทะเลแหวก
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็ก 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการทุกวัน: 08:30 น. – 16:30 น.
- หมายเหตุ: จุดพักแรมและกิจกรรมทางน้ำต้องเสร็จสิ้นก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อความปลอดภัย