“ประดิษฐานหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ศิลปะล้านช้างที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและชาวลาวริมฝั่งโขงอย่างแท้จริง”
วัดศรีชมภูองค์ตื้อ (Wat Sri Chomphu Ong Tue) หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันทั่วไปว่า วัดพระเจ้าองค์ตื้อ ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำโมงในเขตอำเภอท่าบ่อ เป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์และจิตใจของประชาชนทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ตามตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อถูกหล่อขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2105 โดยใช้ทองสัมฤทธิ์ที่มีส่วนผสมของทองคำ เงิน และทองแดง มูลค่ามหาศาล คำว่า "ตื้อ" เป็นหน่วยวัดน้ำหนักโลหะโบราณของภาคอีสานและล้านช้าง ซึ่ง 1 ตื้อ มีค่าเท่ากับ 1,000 กิโลกรัม (หรือบางตำราว่า 10,000 กิโลกรัม) สะท้อนถึงขนาดและน้ำหนักที่มหาศาลขององค์พระพุทธรูป
ในด้านพุทธศิลป์ หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามไร้ที่ติ ผสมผสานศิลปะล้านช้างและเชียงแสนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว มีขนาดหน้าตักกว้าง 3.29 เมตร และสูง 4 เมตร ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ภายในพระอุโบสถที่สร้างขึ้นอย่างประณีต ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระเป็นที่เลื่องลือมานานนับศตวรรษ โดยเฉพาะเรื่องการขอพรด้านโชคลาภ ความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการปัดเป่าป้องภัย ซึ่งชาวหนองคายเชื่อว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาลุ่มน้ำโขงให้ร่มเย็นเป็นสุข
ปัจจุบันวัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นศาสนสถานเพื่อการประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทุกปีในช่วงวันเพ็ญเดือน 4 (ประมาณเดือนมีนาคม) จะมีการจัดงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้ออย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งดึงดูดพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศให้เดินทางมาแสวงบุญและร่วมสืบสานประเพณีบุญเดือนสี่ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ไม่เคยเสื่อมคลายของคนลุ่มน้ำโขง
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองหนองคาย ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 (หนองคาย-ศรีเชียงใหม่) มุ่งหน้าสู่อำเภอท่าบ่อ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอท่าบ่อให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตำบลน้ำโมง จะมีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดเส้นทางจนถึงวัด
คำแนะนำ
-
ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ มิดชิด ให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
-
แนะนำให้มาถึงวัดในช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและฝูงชน
-
งดใช้เสียงดังและสำรวมกิริยาขณะเข้าไปสักการะองค์พระประธาน
-
ตรวจสอบวันจัดงานเทศกาลเดือน 4 หากต้องการสัมผัสประเพณีท้องถิ่น
-
แวะชมทัศนียภาพริมน้ำโมงบริเวณใกล้เคียงวัดเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น.