“ พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่อุดมสมบูรณ์ ล่องเรือชมฝูงนกน้ำทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ท่ามกลางทุ่งบัวและพืชน้ำสวยงาม ”
อุทยานนกน้ำคูขุด (Khu Khut Waterfowl Park) หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ครอบคลุมบริเวณอำเภอสทิงพระและอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ซึ่งถือเป็นทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำตื้น มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และบางช่วงมีน้ำเค็มจากอ่าวไทยไหลเข้ามาผสม ทำให้เกิดความหลากหลายของระบบนิเวศอย่างมาก ส่งผลให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งอาศัย แหล่งหากิน และแหล่งพักพิงของนกน้ำจำนวนมากกว่า 200 สายพันธุ์ ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพจากแถบไซบีเรีย จีน และเอเชียตอนเหนือ
ในช่วงฤดูนกอพยพ (ประมาณเดือนธันวาคมถึงเมษายน) จะสามารถพบฝูงนกจำนวนมาก เช่น นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกาบัว และนกชายเลนหลากชนิด กระจายตัวอยู่ตามผืนน้ำ ทุ่งหญ้า และแนวพืชน้ำ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับนักดูนกและช่างภาพธรรมชาติ
จุดเด่นของการท่องเที่ยวที่นี่คือการล่องเรือหางยาวของชาวบ้าน ซึ่งจะพานักท่องเที่ยวเข้าไปตามลำคลองและผืนน้ำกว้าง ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ระหว่างทางจะได้ชมทัศนียภาพของทุ่งบัวหลวง พืชน้ำอย่างสาหร่ายหางกระรอก และฝูงนกที่บินโฉบไปมาอย่างใกล้ชิด บางช่วงสามารถเห็นวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน เช่น การยกยอ วางอวน และเลี้ยงปลาในกระชัง
นอกจากการล่องเรือ ภายในพื้นที่ยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิเวศ เส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับเดินสำรวจพื้นที่ และหอชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบสงขลาในมุมกว้างแบบพาโนรามา
ในเชิงระบบนิเวศ อุทยานนกน้ำคูขุดมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลธรรมชาติ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และช่วยกรองมลพิษตามธรรมชาติของพื้นที่ชุ่มน้ำ อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญสำหรับนักเรียน นักวิจัย และผู้ที่สนใจด้านธรรมชาติวิทยา
การท่องเที่ยวในพื้นที่ยังคงเน้นความเรียบง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการ เช่น การนำเที่ยวโดยเรือหางยาว ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: จากตัวเมืองสงขลา ใช้ทางหลวงหมายเลข 408 (สงขลา–ระโนด) มุ่งหน้าไปอำเภอสทิงพระ เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 126–127 จะมีทางแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตรจนถึงที่ทำการอุทยานฯ
คำแนะนำ
ค่าเข้าชม:
- รถจักรยานยนต์: 20 บาท
- รถยนต์ 4 ล้อ: 30 บาท
ค่าเช่าเรือ:
- ระยะใกล้ (ประมาณ 1 ชม.): 300 - 400 บาท
- ระยะไกล (ไปเกาะต่าง ๆ 2 ชม.+): 500 - 800 บาท
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08:00–17:00 น.
- การล่องเรือชมธรรมชาติสามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ตั้งแต่เช้ามืด