“เจดีย์ทรงดอกบัวบานอันเป็นเอกลักษณ์ ประดิษฐานรูปปั้นเสมือนจริงและพระอัฐิธาตุที่กลายเป็นแก้วใส พร้อมจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารท่ามกลางบรรยากาศวัดป่าที่สงบร่มรื่นและเรียบง่าย”
พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร (Ajarn Fun Acharo Museum) ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดป่าอุดมสมพร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาสายวิปัสสนากรรมฐาน เนื่องจากเคยเป็นที่พำนักจำพรรษาของ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระสุปฏิปันโนผู้ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงสุดจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นภายหลังจากที่ท่านได้มรณภาพลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความดีงามและสถานที่เผยแผ่ธรรมะ ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม รูปทรงเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวบาน 3 ชั้น ซึ่งสื่อถึงความบริสุทธิ์และการหลุดพ้นจากกิเลสตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยสถาปัตยกรรมนี้ได้รับการออกแบบอย่างประณีตเพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติอันเงียบสงบของวัดป่า
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในพิพิธภัณฑ์ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความสงบและสำรวม จุดศูนย์กลางของอาคารประดิษฐาน รูปปั้นหล่อเสมือนจริงของหลวงปู่ฝั้น ในขนาดเท่าตัวจริงที่ทำหน้าที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแก่ผู้มาเยือน รอบบริเวณมีการจัดแสดงตู้กระจกที่บรรจุ เครื่องอัฐบริขาร ซึ่งเป็นเครื่องใช้สอยจริงในยามที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่บาตร จีวร ไปจนถึงของใช้ส่วนตัวที่แสดงถึงความสมถะและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของพระป่า ไฮไลท์สำคัญที่พุทธศาสนิกชนมักจะมาสักการะด้วยความเลื่อมใสคือการได้ชม พระอัฐิธาตุและพระฟัน ของท่านที่แปรสภาพเป็นผลึกใสคล้ายแก้ว ซึ่งตามความเชื่อถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความบริสุทธิ์แห่งจิตและการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดจนบรรลุธรรมขั้นสูง
นอกจากจะเป็นที่เก็บรักษาวัตถุธาตุอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นแฟ้น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารด้วยพระองค์เอง สะท้อนถึงพระราชศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อข้อธรรมของหลวงปู่ฝั้น บริเวณรอบนอกพิพิธภัณฑ์ยังมีทางเดินที่ร่มรื่นด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ ช่วยให้ผู้ที่มาเยือนได้มีโอกาสเดินจงกรมหรือนั่งสมาธิในบรรยากาศที่ส่งเสริมต่อการเจริญสติ ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีต แต่เป็น สังเวชนียสถาน ที่ช่วยเตือนใจให้ระลึกถึงความไม่เที่ยงและคุณธรรมความดีที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่างสืบไป
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) มุ่งหน้าไปยังอำเภอพรรณานิคม ระยะทางประมาณ 37 กิโลเมตร เมื่อถึงตัวอำเภอให้เลี้ยวขวาผ่านหน้าซุ้มประตูที่ว่าการอำเภอพรรณานิคมไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบทางเข้าวัดป่าอุดมสมพรและตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ด้านหน้า
คำแนะนำ
-
การแต่งกาย: ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ (งดกางเกงขาสั้นหรือเสื้อแขนกุด) เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเขตวัดป่า
-
เวลาที่แนะนำ: ควรเดินทางมาถึงในช่วงเช้า เพื่อสัมผัสความเงียบสงบและอากาศที่เย็นสบายของวัดป่า รวมถึงหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในช่วงบ่าย
-
การสำรวมกายวาจา: เนื่องจากเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นที่เคารพศรัทธาสูงสุด ควรใช้ความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง และปิดเสียงโทรศัพท์มือถือขณะเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์
-
จุดที่ไม่ควรพลาด: นอกจากการกราบไหว้รูปปั้นเสมือนจริงแล้ว ควรพิจารณาอัฐิธาตุที่แปรสภาพเป็นแก้วใสอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นจุดที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสมากที่สุด
-
เส้นทางแสวงบุญ: ในทริปเดียวกัน แนะนำให้วางแผนไปกราบ "พิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" ณ วัดป่าสุทธาวาส ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองสกลนคร เพื่อให้ครบสายพระป่าวิปัสสนากรรมฐาน
-
กิจกรรมแนะนำ: หากมีเวลา ควรเดินชมรอบอาคารเจดีย์ทรงดอกบัว เพื่อพิจารณางานสถาปัตยกรรมและพักผ่อนจิตใจในบริเวณสวนป่ารอบนอกที่ร่มรื่น
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 17:00 น.