“พิพิธภัณฑ์เจดีย์รูปดอกบัวบานที่สวยงามแปลกตา ประดิษฐานอัฐิธาตุและเครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ท่ามกลางบรรยากาศวัดป่าอันร่มรื่น เงียบสงบ และเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของชาวสกลนคร”
วัดป่าอุดมสมพร (Wat Pa Udom Somphon) เป็นวัดราษฎร์สังฆมณฑลฝ่าย ธรรมยุติกนิกาย ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณอย่างยิ่ง ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2483 โดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร พระอริยสงฆ์ผู้เป็นศิษย์เอกของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่จำพรรษาหลักของหลวงปู่ฝั้นในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่ยังเป็นสถานที่ที่ท่านใช้ในการเผยแผ่ธรรมะและพัฒนาจิตใจสาธุชนจนกระทั่งท่าน ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2520 ณ วัดแห่งนี้ สิริรวมอายุได้ 78 ปี 58 พรรษา ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสรงน้ำศพและพระราชทานเพลิงศพด้วยพระองค์เอง
จุดที่โดดเด่นและเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่สุดคือ พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร ซึ่งตั้งอยู่บนบริเวณที่เคยเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพของท่าน สถาปัตยกรรมของเจดีย์มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบ เจดีย์ฐานกลมรูปกลีบบัวบาน 3 ชั้น ตัวอาคารแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนฐานที่ประดับด้วย ภาพประติมากรรมนูนต่ำดินเผา เล่าเรื่องราวชีวประวัติของหลวงปู่ฝั้นตั้งแต่เกิด การอุปสมบท การเดินธุดงค์ ไปจนถึงมรณภาพ ส่วนที่สองคือเรือนเจดีย์ และส่วนที่สามคือเรือนยอดที่ตกแต่งด้วยทองคำ สื่อถึงความบริสุทธิ์และการบรรลุธรรมชั้นสูง
ภายในพิพิธภัณฑ์ประดิษฐาน รูปปั้นหล่อขนาดเท่าองค์จริง ของหลวงปู่ฝั้นในท่านั่งห้อยเท้าและถือไม้เท้าที่ดูเมตตาเปรียบเสมือนท่านยังคงอยู่สั่งสอนศิษย์ ใกล้กันนั้นมีตู้กระจกบรรจุ อัฐิธาตุ ที่กลายเป็นพระธาตุใสบริสุทธิ์ และการจัดแสดง เครื่องอัฐบริขาร ของใช้จริงที่ท่านใช้ขณะเดินธุดงค์ เช่น บาตร กลด กาน้ำ และจีวรเก่า บรรยากาศรอบวัดเป็นสวนป่าขนาดใหญ่ร่มรื่น มีเส้นทางเดินจงกรมและสระน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างความเงียบสงบวิเวก เป็นสถานที่ที่รักษาวัตรปฏิบัติแบบพระป่าไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาและปฏิบัติธรรมตามรอยทางของท่าน
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี) มุ่งหน้าไปยังอำเภอพรรณานิคม ประมาณ 37 กิโลเมตร เมื่อถึงตัวอำเภอให้เลี้ยวขวาผ่านหน้าป้ายที่ทำการอำเภอพรรณานิคมไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบป้ายทางเข้าวัดอยู่ด้านขวามือ
คำแนะนำ
-
แต่งกายสุภาพ: เนื่องจากเป็นวัดป่าที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติและเป็นสถานที่เก็บอัฐิธาตุพระอริยสงฆ์ สุภาพสตรีควรสวมกางเกงขายาวหรือกระโปรงคลุมเข่า และหลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุด
-
รักษาความสงบ: ภายในพิพิธภัณฑ์และบริเวณวัดเป็นเขตปฏิบัติธรรม ควรลดเสียงและงดใช้เสียงดัง เพื่อไม่ให้รบกวนพระสงฆ์และผู้ที่มากราบไหว้
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: ควรเดินทางมาถึงในช่วงเช้า (08:00 – 10:00 น.) เพื่อสัมผัสอากาศที่เย็นสบายและแสงแดดอ่อนๆ ที่กระทบเจดีย์ดอกบัวจะสวยงามมากสำหรับการถ่ายภาพ
-
จุดถ่ายภาพ: มุมมหาชนคือบริเวณสะพานทางเดินข้ามสระน้ำที่มุ่งหน้าสู่เจดีย์พิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะเห็นเงาสะท้อนของรูปทรงดอกบัวบนผิวน้ำอย่างชัดเจน
-
การเข้าชมพิพิธภัณฑ์: ก่อนเข้าภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ต้องถอดรองเท้า และควรเดินชมตามเข็มนาฬิกา (ประทักษิณ) เพื่อเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมพุทธ
-
เตรียมของทำบุญ: หากต้องการทำบุญถวายสังฆทาน แนะนำให้เตรียมชุดสังฆทานมาเอง เนื่องจากวัดอยู่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อย และเน้นของใช้ที่จำเป็นสำหรับพระป่า
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (หมายเหตุ: สำหรับพิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร โดยปกติจะเปิดให้เข้าชมภายในอาคารช่วงเวลาประมาณ 08:00 – 17:00 น.)