“โดดเด่นด้วยวิวผืนน้ำกว้างที่ตัดกับแนวภูเขา ให้ความรู้สึกเหมือน “ทะเลน้ำจืดกลางขุนเขา” นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งพักผ่อนริมเขื่อน”
อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา (Huai Sala Reservoir) เป็นโครงการชลประทานที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของอำเภอภูสิงห์และพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำหลักที่รองรับน้ำหลากจากเทือกเขาพนมดงรักซึ่งเป็นแนวสันปันน้ำธรรมชาติระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำมีลักษณะเป็นแอ่งกว้างที่ถูกโอบล้อมด้วยแนวภูเขาสลับซับซ้อน ทำให้เกิดภูมิทัศน์แบบ “อ่างน้ำกลางหุบเขา” ที่มีความเป็นธรรมชาติสูง น้ำในอ่างไม่ได้มีเพียงบทบาทด้านชลประทานเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งการรักษาความชื้นของป่า การเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่า และการหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชนปลายน้ำ
ในเชิงอุทกวิทยา ระดับน้ำของอ่างจะเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตามฤดูกาล โดยในช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างสูง ทำให้ผิวน้ำขยายกว้างและเชื่อมต่อกับลำห้วยสาขาหลายสาย ขณะที่ในฤดูแล้งระดับน้ำจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดจนเกิดแนวตลิ่ง หาดทราย และโขดหินโผล่ขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและเดินเล่นของนักท่องเที่ยวในบางช่วงเวลาสภาพภูมิอากาศรอบอ่างได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมและความสูงของพื้นที่ ทำให้ช่วงฤดูหนาวมีอากาศเย็นสบายและมีลมพัดต่อเนื่องตลอดวัน ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดกางเต็นท์ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวที่บรรยากาศโดยรอบมีความชื้นสูง ท้องฟ้าใส และพระอาทิตย์ตกมีสีสันชัดเจน
ในมิติของการท่องเที่ยว อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา ยังถือเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนาในพื้นที่เดียวกัน เช่น วัดไพรพัฒนา (สถานที่ประดิษฐานหลวงปู่สรวง) และเส้นทางไปยังด่านชายแดนช่องสะงำ ทำให้สามารถจัดทริปแบบวันเดียวหรือค้างคืนได้อย่างลงตัวแม้พื้นที่จะยังคงความเป็นธรรมชาติสูง แต่ก็เริ่มมีการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมพักผ่อนริมอ่าง การตั้งแคมป์ และการถ่ายภาพวิวธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่ยังไม่ถูกรบกวนจากความเป็นเมืองมากนัก จึงทำให้ที่นี่มีเอกลักษณ์ในฐานะ “อ่างเก็บน้ำเชิงธรรมชาติที่ยังคงความดิบและสงบ” ของจังหวัดศรีสะเกษอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: จากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้ทางหลวงหมายเลข 220 มุ่งหน้าอำเภอขุขันธ์ จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2127 ไปยังอำเภอภูสิงห์ และเดินทางต่อไปยังตำบลโคกตาล เส้นทางมีป้ายบอกทางเป็นระยะ
คำแนะนำ
- ช่วงเย็น 16:30–18:30 น. เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับชมพระอาทิตย์ตก
- ควรเตรียมไฟฉาย/ไฟแคมป์ และยากันยุงหากค้างคืน
- สามารถจัดทริปควบคู่วัดไพรพัฒนาและจุดชมวิวช่องสะงำได้ในวันเดียว
- พื้นที่ริมอ่างบางจุดมีลมแรง ควรเลือกกางเต็นท์ในพื้นที่ปลอดภัย
ค่าเข้าชม:
- ฟรี (ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่สาธารณะ)
- บางโซนกางเต็นท์เอกชนอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน 06:00 – 18:30 น. สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
- และสามารถพักแรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงในโซนกางเต็นท์ที่อนุญาต