“กราบสักการะ หลวงพ่อหินใหญ่ (พระพุทธมหาศิลา) พระพุทธรูปศิลาทรายขนาดใหญ่ที่สุดในชัยนาทซึ่งมีความเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น และชมทัศนียภาพอันสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสันเขื่อน”
วัดกรุณา (Karuna Temple) เดิมชื่อว่า “วัดดอนตาเสือ” เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท วัดแห่งนี้มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับโครงการก่อสร้าง เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นเขื่อนขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของระบบชลประทานสมัยใหม่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมทีวัดตั้งอยู่บริเวณคุ้งน้ำบางกระเบียน ซึ่งภายหลังถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ก่อสร้างเขื่อน เมื่อเริ่มดำเนินโครงการในปี พ.ศ. 2496 ชุมชนและวัดจึงต้องย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดกรุณา” เพื่อความเป็นสิริมงคล สื่อถึงความเมตตาและความร่มเย็นเป็นสุขของบ้านเมือง
หัวใจสำคัญของวัดที่ดึงดูดพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ คือ พระพุทธมหาศิลา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อหินใหญ่” ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ พระพุทธรูปองค์นี้สร้างจากศิลาทรายสีนวล มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดชัยนาท และสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น พุทธลักษณะขององค์พระมีความสงบนิ่ง อ่อนโยน และเปี่ยมด้วยเมตตา พระพักตร์แสดงถึงความกรุณาและความหนักแน่นทางจิตใจ ทำให้หลวงพ่อหินใหญ่เป็นศูนย์รวมศรัทธาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตวิญญาณของชาวบ้านมาหลายร้อยปี
ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหินใหญ่เป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมา โดยผู้ที่มากราบสักการะมักขอพรในเรื่องความสำเร็จ โชคลาภ การงาน การค้าขาย และความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต หลายคนเชื่อว่าหากตั้งจิตอธิษฐานด้วยความศรัทธาอย่างแน่วแน่จะประสบผลสำเร็จดังที่ตั้งใจ จึงมีผู้ขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อสัมฤทธิ์ผล” บรรยากาศภายในพระอุโบสถมีความสงบ ขรึมขลัง และเหมาะแก่การนั่งสมาธิหรือสวดมนต์อย่างยิ่ง อีกทั้งในประวัติศาสตร์ยังมีเหตุการณ์สำคัญ เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินมานมัสการหลวงพ่อหินใหญ่ ในโอกาสเปิดเขื่อนเจ้าพระยาอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2500 ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของวัดในระดับประเทศ
นอกจากคุณค่าทางศาสนาและประวัติศาสตร์แล้ว วัดกรุณายังมีทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น เพราะอยู่ติดกับบริเวณสันเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่ของงานวิศวกรรมการจัดการน้ำ และความสงบทางจิตใจจากการกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บรรยากาศยามเช้าและยามเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินเล่น ถ่ายภาพ และพักผ่อนหย่อนใจ ภาพของสายน้ำกว้างใหญ่เคียงคู่กับองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สะท้อนถึงการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างความเจริญทางเทคโนโลยีและพลังแห่งศรัทธาทางศาสนา
วัดกรุณาจึงมิได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น หากยังเป็นอนุสรณ์แห่งประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนสรรพยามาจนถึงปัจจุบัน ขอเชิญทุกท่านมาเยือน เพื่อสัมผัสพลังแห่งศรัทธา กราบขอพรจากหลวงพ่อหินใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญของชาติ ณ วัดกรุณา จังหวัดชัยนาท
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองชัยนาท ใช้ทางหลวงหมายเลข 311 มุ่งหน้าสู่อำเภอสรรพยา วัดตั้งอยู่ติดกับบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดเส้นทาง
รถโดยสารสาธารณะ:
- สามารถนั่งรถโดยสารประจำทางสายที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา หรือรถตู้สายกรุงเทพฯ-ชัยนาท แล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังวัด
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- ควรเดินทางมาในช่วง เช้าหรือเย็น เนื่องจากอากาศริมเขื่อนจะเย็นสบาย และแสงแดดจะส่องกระทบพระอุโบสถทำให้ถ่ายภาพออกมาได้สวยงาม
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นวัดที่เป็นที่เคารพอย่างมาก กรุณาแต่งกายสุภาพ (งดกางเกงสั้นและเสื้อแขนกุด)
การทำบุญ:
- แนะนำให้เช่าบูชาดอกไม้ธูปเทียนจากทางวัดเพื่อสนับสนุนการบูรณะ และอย่าลืมเดินไปชมทัศนียภาพบน สันเขื่อนเจ้าพระยา ที่อยู่ใกล้กัน
ของดีรอบวัด:
- ในพื้นที่อำเภอสรรพยามีผลิตภัณฑ์ปลาแห้งและปลาส้มที่มีรสชาติดีเยี่ยม เป็นของฝากที่ไม่ควรพลาด
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม
-
นักท่องเที่ยวชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี
ช่วงเวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้บริการทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 3 รายการ)รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 9 ก.พ. 54