“เดินเล่นหรือปั่นจักรยานบนสันเขื่อนดินที่ยาวกว่า 4 กิโลเมตร ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือผืนน้ำกว้าง และพักผ่อนในบรรยากาศแคมป์ปิ้งรอบอ่างเก็บน้ำ”
เขื่อนกระเสียว (Krasiao Dam) เป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2523 เพื่อกั้นลำห้วยกระเสียวสำหรับการเกษตร การเก็บกักน้ำ และการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและใกล้เคียง เขื่อนแห่งนี้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษในฐานะ เขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยมีความยาวสันเขื่อนถึง 4,250 เมตร และมีความสูงประมาณ 32.5 เมตร เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นแนวเขื่อนทอดยาวตัดกับทิวเขาและผืนน้ำอย่างสง่างาม
พื้นที่เหนือเขื่อนกลายเป็น อ่างเก็บน้ำกระเสียว ขนาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายทะเลสาบน้ำจืด รายล้อมด้วยภูเขาและผืนป่า บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ อากาศบริสุทธิ์ และมีทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนน้ำจะเต็มอ่างสะท้อนท้องฟ้า ส่วนฤดูแล้งจะเห็นแนวสันดินและภูเขาได้อย่างชัดเจน ให้ความรู้สึกโล่งสบายและเป็นธรรมชาติ
หนึ่งในจุดไฮไลท์สำคัญคือ สันเขื่อนกระเสียว ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ผู้คนนิยมมาเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายในช่วงเช้าและเย็น พร้อมรับลมเย็นจากผืนน้ำกว้างใหญ่ และชมวิวภูเขาที่เรียงรายอยู่สุดสายตา เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลายอย่างเรียบง่าย
เขื่อนกระเสียวยังขึ้นชื่อว่าเป็น จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ในยามเย็น ดวงอาทิตย์จะค่อยๆ ลับขอบฟ้าหลังแนวเทือกเขา แสงสีทองและสีส้มสะท้อนบนผืนน้ำกว้างใหญ่ สร้างภาพบรรยากาศที่งดงามราวกับภาพวาด และเป็นช่วงเวลาที่นักถ่ายภาพไม่ควรพลาด
บริเวณรอบเขื่อนมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้ง การล่องแพ ตกปลา พายเรือ และการแคมป์ปิ้ง มีรีสอร์ทและลานกางเต็นท์ให้เลือกพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาช้าๆ กับเพื่อนหรือครอบครัว พร้อมสัมผัสความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว
นอกจากนี้ เขื่อนกระเสียวยังเป็น แหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ ทำให้บริเวณโดยรอบมีร้านอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อด้านเมนูปลาน้ำจืดสดๆ จากเขื่อน ไม่ว่าจะเป็นปลาเผา ปลาทอด หรือแกงพื้นบ้านรสจัดจ้าน เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ช่วยเติมเต็มการท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์
โดยรวมแล้ว เขื่อนกระเสียวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสานทั้งประโยชน์ด้านชลประทานและการพักผ่อนหย่อนใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลบหนีความวุ่นวาย มาสัมผัสธรรมชาติ ความกว้างใหญ่ของผืนน้ำ และบรรยากาศอันแสนสงบในวันหยุด
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองสุพรรณบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 322 ต่อด้วยหมายเลข 3264 และ 333 มุ่งหน้าสู่อำเภอด่านช้าง ตัวเขื่อนอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอด่านช้างเพียงไม่กี่กิโลเมตร
รถสาธารณะ:
- นั่งรถตู้จากกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่หรือหมอชิต) มาลงที่ตัวอำเภอด่านช้าง แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือเหมารถท้องถิ่นไปยังสันเขื่อน
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- ควรมาถึงเขื่อนประมาณ 16:30 - 17:30 น. เพื่อเตรียมชมพระอาทิตย์ตกดิน และอากาศจะไม่ร้อนจนเกินไป
กิจกรรมแนะนำ:
- ลองเช่ารถจักรยานปั่นเลียบไปตามสันเขื่อนเพื่อสัมผัสระยะทางของเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในไทยอย่างใกล้ชิด
ข้อควรระวัง:
- บนสันเขื่อนอาจมีลมพัดแรงในบางช่วง และหากมาช่วงกลางวันควรเตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อมเนื่องจากพื้นที่บนสันเขื่อนค่อนข้างเปิดโล่ง
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง (แนะนำช่วงเวลา 06:00 – 18:30 น. เพื่อความปลอดภัยและวิวที่สวยงาม)