“ชมภาพจำหลักนูนต่ำสมัยทวารวดีอายุกว่า 1,000 ปี ภายในถ้ำพระโพธิสัตว์ และน้ำตก "จปร." ซึ่งมีรอยพระปรมาภิไธยย่อของรัชกาลที่ 5 สลักไว้ที่หน้าผา”
วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ (Tham Phra Phothisat Temple) เป็นวัดสายวิปัสสนากรรมฐานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาซึ่งโอบล้อมถึงสามด้าน ทำให้พื้นที่ภายในวัดมีความเงียบสงบ ร่มรื่น และแยกตัวจากความวุ่นวายภายนอกอย่างชัดเจน บรรยากาศโดยรวมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติธรรม การทำสมาธิ และการพักผ่อนจิตใจในท่ามกลางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์
ไฮไลต์สำคัญที่สุดของวัดคือ ถ้ำพระโพธิสัตว์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ผู้มาเยือนต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 300–400 ขั้นจึงจะถึงตัวถ้ำ ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานโบราณวัตถุชิ้นเอก คือ ภาพจำหลักนูนต่ำศิลปะทวารวดี แสดงภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งปางประทับบาท หรือปางนั่งห้อยพระบาท รายล้อมด้วยพระโพธิสัตว์และเทพเจ้าฮินดู ได้แก่ พระอิศวร และ พระนารายณ์ งานศิลปกรรมชิ้นนี้ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และศาสนาที่สำคัญอย่างยิ่ง และยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและการผสมผสานทางศาสนาในสมัยทวารวดี
นอกจากถ้ำหลักแล้ว ภายในวัดยังมีถ้ำอื่นๆ ที่น่าสนใจและมีความงดงามทางธรรมชาติแตกต่างกันออกไป เช่น ถ้ำธรรมทัศน์ ซึ่งเหมาะสำหรับการนั่งสมาธิและชมรูปทรงของหินงอกหินย้อย, ถ้ำลุมพินีสวนหิน ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความยาวและมีลำธารน้ำไหลลอดภายใน เพิ่มความสดชื่นตลอดเส้นทาง และ ถ้ำสงัดเจดีย์ ที่ให้บรรยากาศเงียบสงบสมชื่อ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งจุดสำคัญของวัดคือ น้ำตก จปร. หรือที่เรียกว่า น้ำตกธรรมรส ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางขึ้นถ้ำ แม้ในปัจจุบันน้ำอาจแห้งขอดในช่วงฤดูแล้ง แต่สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ. 2439 และได้มีการสลักพระปรมาภิไธยย่อ “จปร ๑๑๕” ไว้บนหน้าผาหินเหนือน้ำตก ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบัน
สถาปัตยกรรมภายในวัดที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ อุโบสถสีขาวทรงใบโพธิ์ ที่ตั้งตระหง่านโดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ สร้างภาพที่งดงามและสง่างาม นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่และ รูปปั้นพระแม่กวนอิมสีขาว ที่ช่วยเสริมบรรยากาศแห่งความเมตตาและความสงบ ทำให้วัดถ้ำพระโพธิสัตว์เป็นสถานที่ที่มอบทั้งคุณค่าทางจิตใจ ประวัติศาสตร์ และความงดงามของธรรมชาติได้อย่างครบถ้วน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าสระบุรี เมื่อถึงช่วงตำบลทับกวาง (กม. 131-132) ให้สังเกตป้ายทางเข้าวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ทางด้านขวามือ (ต้องไปกลับรถ) จากนั้นขับเข้าไปตามถนนลาดยางประมาณ 11 กิโลเมตร
รถโดยสารสาธารณะ:
- นั่งรถตู้หรือรถทัวร์สายที่ไปโคราช ลงที่หน้าปากทางวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ (ตำบลทับกวาง) แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่วัด
คำแนะนำ
-
เตรียมร่างกายสำหรับการเดินขึ้นบันไดไปชมถ้ำ ควรพกน้ำดื่มและสวมรองเท้าที่เดินสบาย
-
ระมัดระวังลิงในบริเวณวัด ไม่ควรแกะขนมหรือถืออาหารไว้ในมือ
-
เนื่องจากเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ควรลดการใช้เสียงและแต่งกายสุภาพ (ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงกระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้นเหนือเข่า)
-
ช่วงเวลาที่แนะนำคือ 08:30 - 16:00 น. เพื่อให้มีแสงสว่างเพียงพอในการชมภาพสลักและเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ฟรี
เวลาทำการ
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน: 07:00 – 18:00 น.